Beauty is my Passion

Phaptawan

Recent Posts

Thursday, October 8, 2015

How to: Gorgeously Creepy - Halloween Makeup ถึงจะดูตายแต่ก็ยังดูสวย (เอ๊ะ!!??)


สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน
เดือนตุลาคมนี้ สิ้นเดือนเป็นงาน Halloween 
การแต่งตัวน่ากลัวเลียนแบบผีต้องมา
หรือจะแต่งอะไรบ้าๆบอๆเป็นงานแฟนซีเลยก็ไม่ว่ากัน
แต่คราวนี้แพรวเอาวิธีการแต่งหน้าแบบผีมาฝากค่ะ
Concept ของเราคราวนี้สั้นๆแต่ชัดเจนคือ "น่ากลัวแต่ยังดูสวยอยู่"
แบบเออๆ ถึงจะดูตายๆแต่ก็ยังพอดูสวยอยู่ล่ะวะ5555
วิดีโอคราวนี้แพรวก็ยังคงร่วมงานกับ Stylecartel.com เหมือนเดิมค่ะ




พร้อมแล้ว ก็มาเริ่มกันเลยค่ะ


(อย่าลืมกดดูแบบ HD กันนะตัวเธอ)







อุปกรณ์ที่ใช้ (ซ้ายไปขวา)
Givenchy – Le Prism Yeux - Mono
Clé de Peau Beauté – Concealer – Ocher
Yves Saint Laurent – Le teint encre de peau – B30
MTI – Pancake Powder – W1
MAC – Eyeshadow – Carbon Matte
Maybelline – Master Kajal – Onyx Rush 

อุปกรณ์น้อยแต่ฟาดทุกอย่างลงไปบนหน้าอย่างมันมือมากค่ะทุกคนคะ
ไม่มีคำว่ายั้งมือนะงานนี้ พี่บอกเลยยยยยย


ก่อน-หลัง





1. ขั้นตอนแรกเก็บผมให้เรียบร้อยค่ะ จะได้แต่งหน้าได้สะดวก



2. ผสมรองพื้น งานนี้เราต้องการหน้าขาวๆ แบบขาวเลย เอาแป้งสีขาวมาใส่จานแล้วเทรองพื้นผสมลงไป ผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว มันจะแห้งๆแลดูทายากนิดนึงแต่พอทาลงไปแล้วก็จะดีเอง ไม่ต้องทาแป้งทับเลยค่ะ


3. ใช้นิ้วทาลงไปบนหน้าให้ทั่วแล้วใช้แปรงเกลี่ยให้สม่ำเสมอกันทั้งหน้า ใครอยากหูขาวก็ทาหูนะ แต่แพรวไม่ทานะคะ ขี้เกียจล้างให้มันยุ่งยาก



4. ทาอายไลน์เนอร์ Kajal สีดำลงไปนริมฝีปากด้านในค่ะ อย่าทาให้มันเสมอกันนะ ให้มันดูแบบ ป้ายๆแบบไม่ตั้งใจเข้าไว้ จากนั้นเอาอายแชโดว์สีดำทาทับลงไปให้มันเซ็ตตัวค่ะ ส่วนตรงนนี้เป็นลูกเล่นเล็กๆให้ดูเก๋ๆ เอาพิกเม้นต์สีทองทาลงไปตรงกึ่งกลางริมฝีปากทับอายแชโดว์อีกที



5. งานถมดำต้องเอาให้สาแก่ใจ เอา Kajal แท่งเดิม ถมลงไปบนเปลือกตา เอาให้ไม่ต้องเกินกระบอกตานะคะ จากนั้นให้แปรงแน่นๆเกลี่ย ให้สีฟุ้งแล้วก็สม่ำเสมอกันค่ะ ขอบตาด้านในทั้งบนทั้งล่างก็ถมลงไปด้วยนะจ๊ะ



6.ทาลงไปที่แนวขนตาล่างด้วยค่ะ จากนั้นก็ให้แปรงเกลี่ย ให้สีมันฟุ้งและสม่ำเสมอกัน



7. ทาอายแชโดว์สีแดงเลือดหมูลงไปบริเวณกระบอกตาแล้วเกลี่ยให้ฟุ้งขึ้นไปด้านบน แล้วก็ทาที่ตามแนวขนตาล่างด้วย เกลี่ยให้ฟุ้งทับ Kajal ที่ทาไว้ก่อนหน้าเลยค่ะ



8. ทาอายแชโดว์สีดำลงไปที่เปลือกตาด้านบนและล่าง ทับที่เราทา Kajal ไว้เพื่อให้มันดูดำดูทึบขึ้นค่ะ จากนั้นใช้แปรงสะอาด ลากแชโดว์ที่เราทาออกมาทางขมับเพื่อให้เกิดเงา ให้ตาดูเฉี่ยว



9. ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า


10. เขียนคิ้วด้วนแปรงหัวตัด เอาอายแชโดว์สีดำเนี่ยแหละใช้เขียนคิ้วลงไปเลย จากนั้นเน้นใต้ตาแพนด้าของเราให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยการผสมอายแชโดว์สีน้ำตาลและแดงเลือดหมูเข้าด้วยกัน แล้วทาลงไปตรงแพนด้าค่ะ มีแพนด้าตรงไหน เล็งให้ดีแล้วฟาดไปตรงนั้นเลยนะจ๊ะ



11. เฉดดิ้งโครงหน้าด้วยอายแชโดว์สีดำอันเดิมค่ะ แรงเงาลงไปที่ตรงหน้าผากด้านข้าง แก้ม ใต้ริมฝีปาก แล้วก็ข้างสันจมูก ตามรูปเลยค่ะ



เสร็จ!




หน้านี้จะหาชุดเดรสนาวสีขาวมาใส่แล้วปล่อยผม หรือจะถักเปียแล้วแต่งตัวเลียนแบบ Wednesday Addams ก็ได้นะ แบบนี้ไง







ลาไปด้วยรูปนี้ เค้าไม่ทานะแป้งที่ตัวอ่ะ เดี๋ยวเสื้อผ้าเปื้อน เค้าขี้เกียจล้าง แค่หน้าก็พอละ แต่ใครต้องการให้เป๊ะก็ตามสบายยยยย

พูดคุย สอบถาม ติชม ตามอัธยาสัยค่ะ

แล้วพบกันใหม่
สวัสดีค่ะ



Share:

Saturday, September 12, 2015

How to: Summer Glow สวยสะท้อนแสงแดด


สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกคน
หายไปนานมากกกกกกกกกกก
ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดถึงหน้าแพรวและการแต่งหน้าของแพรวรึเปล่า5555
การทำบล็อกนี่ เป็นอะไร ที่ต้องใช้ความทุ่มเทจริงๆค่ะ
เวลาและความตั้งใจนี่ สำคัญมา
ปีที่ผ่านมานี้แพรวเรียนป.โท ชีวิตก็วุ่นวายพอสวมควร
เลยทิ้งร้างบล็อกไปนานมากจริงๆ เสียใจ :(
แต่ไหนๆวันนี้ก็ฤกษ์งามยามดีแล้ว
เราก็มาเริ่มกันเลยค่ะ!


คราวนี้แพรวเอาการแต่งหน้าในธีม Summer Glow มาฝากค่ะ
Keywords หลักๆก็คือ...
1. โทนสีดูธรรมชาติ
2. หน้ามีโครงที่ชัดเจนได้รูป
3. เป็นประกายสวยงาม
4. ผิวดูแทนแลดูสุขภาพดี


วิดีโอข้างล่างนี่เป็นวิดีโอที่แพรวทำ Makeup Tutorial ให้กับ StyleCarte.com ซึ่งเป็น Online Magazine ที่มีเบสอยู่ที่ นิวยอร์ค ลอนดอน แล้วก็เมืองที่แพรวอยู่ตอนนี้ ปารีสค่ะ


อย่าลืมกดดูแบบ HD นะจ๊ะ






มาดูขั้นตอนกันเลยค่ะ



1. ขั้นตอนแรกเราเริ่มจากการลงเบสเมกอัพก่อนเลย เพื่อให้เมกอัพของเราติดทนนานค่ะ เบสที่แพรวใช้วันนี้คือ Shu Uemura - POREraser UV underbase mousse - Beige ค่ะ ตัวนี้ช่วยควบคุมความมันด้วย บีบออกมาให้ใหญ่ประมาณลูกเชอร์รี่ (แต่มือชอบลั่น บีบออกมาเป็นเชอร์รี่ยักษ์ตลอด หึหึหึ) แล้วก็ทาลงบนหน้าด้วยมือค่ะ




 2. ต่องานผิวกันด้วยรองพื้น  แพรวใช้ Yves Saint Laurent - Le teint encre de peau – B30 แต้มลงไปที่บริเวณหน้าผาก จมูก คาง แก้มทั้งสองข้าง แล้วเกลี่ยด้วย Beauty Blender ค่ะ




3. ปกปิดข้อปกพร่องด้วย Corrector และ Concealer ค่ะ แพรวใช้ Bobbi Brown – Corrector – Light Peach ปิดรอยคล้ำใต้ตา และ ใช้ Clé de Peau Beauté – Concealer – Ocher  ปิดทับรอยสิวกับบริเวณที่สีผิวไม่สม่ำเสมอค่ะ



4. งานผิวยังไม่จบ แพรวลง hilight ตามรูปด้านบนเลยค่ะ (ลงตรงหน้าผ่ก สันจมูก หน้าแก้ม เหนือริมฝีปาก) แพรวใช้ Clinique – Chubby Stick – Sculpting highlight Illuminateur Visage - 01 hefty highlight เกลี่ยด้วย Beauty Blender

(ขอพื้นที่เม้ามอยนิด ตอนนี้กำลังเห่อเจ้าแท่งอ้วนทั้งสองจาก Clinique นี้มาก นางใช้ง่าย นางให้ผลลัพธ์ออกมาดี สีสวย เนื้อไม่มัน เกลี่ยง่าย วิ๊งก็วิ๊งสวยสีออกแชมเปญๆ อมชมพูนิดแบบนิ๊ดเดี๊ยวนิดเดียว กะลังสวย ส่วนพี่อ้วนข้างล่างที่เป็น contour นี่ก็ดีมาก คือ พี่เค้าเป็นสีน้ำตาลก็จริง แต่ไม่ทึบ คือให้ความรู้สึกว่าสีเค้าโปรงแสง เกลี่ยง่าย สร้างเงาให้ใบหน้า เข้าได้กับทุกเฉดสีผิว ปลื้มมมอ้ะตัวเธอ555)



5. งานหน้าเล็กต้องมาค่ะ contour แพรวใช้ Clinique – Chubby Stick – Sculpting Contour Sculpteur visage - 01 curvy contourแต้มลงใบตามรูปเลยค่ะ (ของแพรวหน้าเป็นรูปหัวใจแล้วก็ยาว เราก็เก็บงานกันไปตามอาการ ก็เน้นตรงช่วงข้างหน้าผากแล้วก็โหนกแก้ม คางยาวก็เก็บใต้คางด้วย กรามก็ต้องเก็บ งานดั้งก็ต้องมา หน้าเราต้องคม เอาไปสู้กับฝรั่งแถวนี้ค่ะ55555)



6. ปัดแก้มให้ดูสีสวยสุขภาพดี แพรวใช้ Yves Saint Laurent – Baby Doll – Kiss&Blush - 04 จุดลงไปบนแก้ม แล้วเกลี่ยด้วย Beauty Blender ค่ะ


7. ทาแป้ง ต้องเซ็ตเมกอัพกันนิดนึง บิ๊วกันมาขนาดนี้ละ จะออกไปตาแดดตากลม หน้าจะได้ไม่ไหลนะคะ แป้งแพรว ใช้ Shu Uemura – Face Powder Sheer – Colorless จากนั้นลง bronzer ให้หน้าดูแทนแบบเกรียมแดดเล็กๆ เน้นปัดบริเวณที่หน้าเราจะโดนแดดเผา ได้แก่ หน้าผาก หน้าแก้ม แล้วก็สันจมูกค่ะ แพรวใช้ MAC – Mineralize Skinfinish – Give me Sun! ปัดอย่างเบามือ เน้น "อย่างเบามือ"นะคะ เดี๋ยวจะผิดคอนเส็ปต์ จากนั้น เติมประสีให้แก้มเพิ่มอีกนิด แพรวปัด NARS – Blush – Orgasm ลงไปที่โหนกแก้มทั้งสองค่ะ ให้ออกสีแบบระเรื่อๆกลมกลืนแบบธรรมช๊าติธรรมชาติ


8. มาที่ตาค่ะ ตาเราก็จะเบากันนะคะ แพรวใช้ eye shadow palette ของ L'Oréal Paris – Color Riche – La palette nude ลงสีที่สองจากซ้าย บริเวณรอยพับเปลือกตาค่ะ พอให้เปลือกตามีประกาย


9. ลงสีอ่อนสุดของพาเล็ต ที่บริเวณหัวตาตามรูปด้านบนค่ะ จากนั้นดัดขนตา



10. ลงสีน้ำตาลเข้มสีที่ 7 จากซ้าย บริเวณโคนขนตาด้านล่าง จากหางตาเข้ามาถึงกิ่งกลางตาค่ะ จากนั้นปัดมาสคาร่า แพรวใช้ Lancôme - Hypnôse Star Mascara Waterproof – Black



11. เขียนคิ้ว ใช้ Canmake –Powder Eyebrow – Deep color เขียนด้วยแปรงหัวตัดค่ะ จากนั้นทาปากด้านในทาด้วย lip tint สีแดงก่อน ด้วย Etude House – Dear Darling Tint – 02 จากนั้นทาลิปสติกสีพีชเนื้อเป็นประกายเล็กๆ แพรวใช้ The Body Shop – Color Crush Lipstick - 200 ทาให้ทั่วทั้งปากค่ะ 


เสร็จสิ้นภารกิจค่ะ

เราก็ออกไปเดินเริงร่าทำสวยในแดดได้อย่างมั่นใจว่าผิวของฉันจะสะท้อนแดดอกกมาสวยอย่างแน่นอน55555555







ยินดีรับคำติชม สอบถามพูดคุยกันได้ตามสบายค่ะ

ขอลา ณ จุดนี้
สวัสดีค่ะ







Share:

Monday, October 14, 2013

Review : Etude House Precious Mineral BB Cotton Fit


 สวัสดีค่ะทุกคน
ห่างหายกันไปเกือบครึ่งปี นานมากเว่ออออ
ช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างยุ่งค่ะ เพราะว่าย้ายมาอยู่ต่างประเทศ
ก็ยุ่งตั้งแต่เรื่องเตรียมเอกสารเรื่อยมาจนเปิดเรียน
บางทีก็พอมีเวลาว่างบ้างแต่ไม่มีฟีลลิ่งในการเขียน
ก็ปล่อยบล็อกร้างหยากไย่ขึ้น มาตั้งหลายเดือน ฮือออออ

แต่วันนี้อารมณ์มันมาค่ะ เลยเอาของที่ถ่ายไว้นานมากแล้วเหมือนกัน
มาเขียนรีวิวซักที เพราะพอย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วก็ได้ซื้อเครื่องสำอางเพิ่มค่อยข้างเยอะ
แต่ว่า แม้แต่รูปก็ยังไม่ได้ถ่ายเลยค่ะ
เก็บกล่องไว้ แต่เปิดใช้ไปก่อน เพราะว่ารอให้วันฤกษ์งามยามดีมีเวลา
จะได้มาถ่ายรูป ทำรีวิวให้ชมกันนะคะ
มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ น่าใช้เยอะเลยค่ะ


เกริ่นซะยาวเอาให้หายคิดถึงกันนิดนึง

มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ!

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะรีวิววันนี้ได้แก่...



Etude House Precious Mineral BB Cotton Fit

บีบีครีมจาก Etude ค่ะ



(หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ)


บีบีครีมตัวนี้มีจุดเด่นคือ...
1. ปกปิด
2. ไม่หนา
3. บางเบา ไม่หนักหน้า
4. ควบคุมความมัน
5. ไม่หมองระหว่างวัน
6. เนื้อสัมผัสแห้ง ไม่เหนียวเหนอะหนะ(อันนี้เป็นจุดสำคัญเลยค่ะ)



*หมายเหตุ - ก่อนหน้านี้แพรวมี Etude House BB Bright Fit อยู่แล้ว
แต่ด้วยที่ว่าอากาศเมืองไทยชื้น 
แล้วก็เวลาใช้มีความรู้สึกว่ามันมาผสมกันน้ำมันบนหน้า
เวลาซับหน้าจะมีความรู้สึกอยู่บ่อยๆว่า เอ๊ะ มันหนานะ รู้สึกยังไม่ใช่เท่าไร
เลยไม่ลังเลที่จะลอง Etude House BB Cotton Fit ตัวนี้ค่ะ



(แพรวใช้สี W13 Natural Beige ขาวเหลืองค่ะ เป็นเฉดที่รองลงมาจากขาวแบบสาวเกาหลี)


(เปรียบเทียบขนาดของหลอดกับมือค่ะ หลอดใหญ่มากทีเดียว)




มาลองผลิตภัณฑ์กันค่ะ


(ปริมาณบีบ 1 ปั๊ม 
ค่อนข้างเยอะทีเดียว แนะนำว่าบีบซักทีละครึ่งปั๊มก่อนก็ดีค่ะ
เพราะจะได้ไม่เหลือแล้วต้องทิ้งไป เสียดายค่ะ55)


เนื้อผลิตภัณฑ์ :
ไม่ข้นหนืดและไม่เหลวมากจนเกินไป เกลี่ยง่ายค่ะ



มาทาให้ดูกันค่ะ
(โชว์หน้าเปล่ากันตามเคยค่ะ จะได้เห็นจะจะไปเลย)
เราจะทาซีกซ้าย (<--) กันก่อนนะคะ 
จะได้เห็นความแตกต่างระหว่าทาและไม่ทาค่ะ

(ใช้วิธีแตะบีบีครีมที่หน้า แล้วใช้แปรงเกลี่ยค่ะ)


(ซีกซ้าย(<--)ทาแล้ว ซีกขวา(-->)ยังไม่ได้ทา)

จะเห็นได้ว่า ปกปิดได้ดีจริงๆ แต่สีอาจดูขาวกว่าด้านที่ยังไม่ได้ทาเล็กน้อย
แต่เป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะบีบีครีมมักใช้เวลาในการเซ็ตตัว



(ซูมค่ะ ข้างไหนทาแล้ว ไม่ต้องนำสืบ เนียนกว่าหลายเท่า)

(ทาทั้งหน้าแล้วค่ะ เห็นได้ชัดเลยว่าปกปิดดี 
เพราะกระเห็นไม่ชัดเลยถ้าเทียบกับรูปที่ยังไม่ได้ทาด้านบน)


มาดูหน้าที่แต่งแล้วกับแสงด้านนอกกันบ้างนะคะ



(ซูมค่ะ เนียนมาก)


ความคิดเห็นส่วนตัว :
รีวิวบีบีตัวนี้เป็นเรื่องของฟีลลิ่งหลังการใช้ล้วนๆ
โดยส่วนตัวคิดว่าผลลัพธ์ อาจจะไม่ต่างจากตัวที่แพรวซื้อมาก่อนมากนัก
(Etude House BB Bright Fit)
แต่ความรู้สึกเวลาทาลงไปบนหน้ามันสบายหน้ากว่า
คือไม่ได้เบากว่า แต่รู้สึกแห้งกว่า ไม่เยิ้มค่ะ 
เหมือน finishing มันจะออกแห้งๆกว่านิดนึง


ข้อดี :
- ราคาไม่แพงมากจนเกินไป(ซื้อจากเว็บอยู่ที่ราว 500 บาทค่ะ)
- เกลี่ยง่าย
- ปกปิดจุดด่างดำได้ดี
- บีบีครีม มีคุณสมบัติ ครอบคลุม ตั้งแต่ moisturizer, กันแดด, รองพื้น
ถ้าขี้เกียจๆก็เรียกได้ว่าตัวเดียวอยู่ 
ไม่ต้องลงบำรุงก่อน รวบสเต็ปเลยทุกอย่างในหนึ่งเดียว
- ไม่เหนอะหนะ(อันนี้ชอบมาก)
- เรื่องการควบคุมความมัน คิดว่าโอเคเลย
หน้าไม่มันเพิ่ม ไม่มันเยิ้ม เอาทิชชู่ซับๆก็ไปต่อได้ทั้งวันแล้วค่ะ
(แพรวผิวผสมค่ะ ทีโซนมัน ด้านข้างธรรมดา)


ข้อเสีย :
- ไม่เผยผิวเท่าไร ด้วยความที่ปกปิดค่อนข้างสูง
แทนที่จะได้ลุคใสๆ ก็จะได้หน้าเนียนๆแทน
(ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะคะ
แต่จริงๆแล้วถ้าวันไหนอยากเป็นธรรมชาติ 
แพรวชอบผิวแบบตัวนี้ที่รีวิวมากกว่าค่ะ)

Shu Uemura Tsuya Skin UV Under Base Youthful Radiance Mousse

และ

- ปั๊มนึงปริมาณมากเกินไปหน่อยสำหรับการทาหนึ่งหน้า 
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ตัวนี้ปกปิดมาก ควรระวังมือ เรื่องการทา 
ความหนาเป็นเรื่องที่ต้องระวังเวลาทาพวกรองพื้นและบีบีค่ะ
เพราะจากสวยใสจะกลายเป็นหนาะเตอะได้นะคะ




สรุป :
เป็นบีบีที่ดีเลยค่ะ ใช้ง่าย ราคาสบายกระเป๋า
เก๋กู้ด หลอดใหญ่ ใช้ได้นานอีกต่างหาก
แถมแพรวว่าเหมาะกับอากาศชื้นๆที่เมืองไทยอีกด้วยค่ะ



แล้วพบกันใหม่ค่ะ
มีผลิตภัณฑ์ดองไว้อีกเพียบเลยค่ะ หุหุ



Share:

Wednesday, July 10, 2013

Review : CANMAKE Cream Cheek ปัดแก้มเนื้อครีม



สวัสดีค่ะทุกคน
นานๆโผล่มาพบเจอกันที55
วันนี้เรามีรีวิวมาให้รับชมกันค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้ก็คือ...

"Canmake Cream Cheek"
ที่ปัดแก้มเนื้อครีมนั่นเองค่ะ

(หน้าตาแบบนี้)

เชื่อว่าหลายคนเคยเห็นอยู่แล้วค่ะ
เพราะเครื่องสำอางแบรนด์นี้มีขายในเมืองไทยมาพักใหญ่มากแล้ว
แต่คิดว่าหลายๆคนคงเป็นแบบแพรวที่ไม่กล้าใช้บลัชออนเนื้อครีม
เพราะคิดว่าใช้ยากรึเปล่า จะเหนอะหนะมั้ย
แต่ด้วยสีสันที่สวย และราคาไม่แพง 
(ประมาณ 580 เยนนะคะถ้าจำไม่ผิด ซื้อมาตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ
คิดเป็นเงินไทยก็คงซักราว180บาทค่ะ)
เลยรู้สึกโอเคที่จะซื้อมาลอง5555

แพรวซื้อมาแค่สองสีค่ะ ทั้งๆที่สีมันละลานตาไปหมด
แต่ซื้อมาเฉพาะสีที่คิดว่า"ได้ใช้แน่ๆ" แล้วก็ไม่ใกล้เคียงกันมากไปนัก
เลือกมาสองสีค่ะ คือ 05 เป็นสีพีชๆ ชมพูอมส้มนิดๆ
แล้วก็ CL01 คิดว่าเป็นสีใหม่นะคะ เป็นสีแดงสดค่ะ


(ซื้อมาสองสีค่ะ สี 05 กับ สีCL01)


(ใช้นิ้วแตะจากตลับแล้วป้ายที่แขน)

(ใช้นิ้วเกลี่ยค่ะ)



มาเริ่มที่สีแรกก่อน คือ CL01 สีแดงค่ะ

(แดงใสๆ เหมือนเยลลี่55)


วิธีการใช้บลัชเนื้อครีมของเรานะคะ  ก็คือ...

1. ตักมาเกลี่ยที่หลังมือก่อน

2. ใช้แปรงแตะ

3. เกลี่ยลงไปบนแก้ม แล้วค่อยๆซ้ำจนกว่าจะได้ความเข้มที่พอใจค่ะ

ที่ทาแบบนี้เพราะว่ากันพลาด มือลั่น เวลาเรามาค่อยๆเติม
มันง่ายกว่าตอนมาลบออกเพราะแดงไปมากนะคะ5555

เสร็จแล้วจะเห็นว่า แดงใสมาก แก้มสีระเรื่อมากค่ะ

(ซ้ายทา-ขวาไม่ทา)

(ดูใกล้ๆค่ะ)


---------------------------------------------


 ต่อมาก็สี 05 ค่ะ เป็นสีพีช


(สีชมพูอมส้มค่ะ)


(ทาแล้วเป็นแบบนี้ค่ะ)

(ทาที่แก้มทั้งสองข้างเลยค่ะ)


ข้อดี :
- ราคาไม่แพง
(ถ้าซื้อที่เมืองไทยราคาอาจเพิ่มขึ้นมาเกือบเท่าตัว แต่ก็ถือว่าไม่แพงอยู่ดี)
- มีสีให้เลือกเยอะมาก
- สีน่ารักมากๆ
- ได้ลุคใสๆ ธรรมชาติๆ
- ใช้ง่าย เกลี่ยง่าย ไม่ต้องกลัวมือลั่น เพราะสีไม่แรง

ข้อเสีย :
- สีไม่ชัดเจน(ด้วยความที่สีใสๆ บางทีทาแป้งทับไปก็ดูไม่ออกว่านี่ปัดแก้มแล้ว)
- สีมีเยอะจริงแต่ใกล้เคียงกันไปหน่อย
- เนื้อเป็นครีมๆ มีความลื่นๆมันๆอยู่ ทำให้ไม่กล้าลองทาทับเมกอัพระหว่างวัน
- อาจต้องปัดแก้มแบบฝุ่นทับอีกทีถ้าอยากให้สีชัดติดทนนาน

สรุป :
เป็นปัดแก้มที่เหมาะสำหรับวันที่อยากได้ลุคใสๆน่ารักๆ
ใช้ง่าย แต่ถ้าเป็นผชก็ยังไม่กล้าเรียกว่าคนนี้เป็น"ตัวจริง"5555



แล้วพบกันใหม่ค่ะ






Share:
Blog Design Created by pipdig