Beauty is my Passion

Phaptawan

Wednesday, May 29, 2019

Koh Phi Phi เที่ยวเกาะพีพี 6 วัน 5 คืน


สวัสดีค่ะทุกคน

วันนี้แพรวจะชวนมาติดเกาะพีพีด้วยกัน 5 คืน 
เที่ยวแบบไม่มีเพลนนอกจากโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน
ทุกอย่างไปหาเอาดาบหน้า 
ชิลล์ พูลปาร์ตี้ ดำน้ำ พายเรือคายัก 

ตามไปเที่ยวด้วยกันเลยค่ะ

*ทริปนี้ไม่ได้มีการสปอนเซอร์ใดๆนะคะ แพรวจ่ายเงินเองทั้งหมดค่ะ






วิดีโอ


(โปรดรับชมแบบ HD)




แพรวขอเขียนให้อ่านด้วยสำหรับคนที่ไม่สะดวกดูวิดีโอนะคะ
(แต่อยากให้ดูวิดีโอนะคะ ตั้งใจตัดค่ะ555)
เผื่อจะได้ข้อมูลเอาไปรับใช้กับทริปของเพื่อนๆในอนาคตนะคะ
ขออภัยหากรูปไม่ชัด แคปฯมาจากวิดีโออีกทีค่ะ
(ตอนไปเน้นถ่ายวิดีโอ ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพนิ่งเลยค่ะ)




ช่วงเวลาในการเที่ยว

"เฮือกสุดท้ายของหน้าร้อน ก่อนเข้าหน้าฝน"
เริ่มคิดว่าอยากไปเที่ยวทะเลตั้งแต่ปลายๆเดือนมีนาคม
ใจจริงแล้วทริปนี้เริ่มเลยแพรวอยากไปเกาะพงันค่ะ
อยากไป full moon party ซักครั้งก่อนที่จะไม่ได้เป็นวัยรุ่นอีกต่อไป555
แต่ว่าเดือนเมษายนแพรวทำงานตลอด ว่างปลายเดือนเลย
เราก็หาข้อมูล เรื่องฤดูกาล อากาศ การเที่ยวทะเลต่างๆและช่วงเวลาพระจันทร์เต็มดวง
คิดไปคิดมา ถ้ารอให้ full moon เดือน พ.ค. เลยกลัวว่าฝนจะตกแล้วจะไม่น่าเที่ยว
เลยรวบมาเป็นต้องเที่ยวภายในเดือนเมษายนนี้แหละ รอยต่อสุดท้ายก่อนหน้าฝนแล้ว
เมื่อไม่ต้องรอให้พระจันทร์เต็มดวงแล้ว ก็เลยเปลี่ยนที่หมายเลยค่ะ
ไปตาม Richard ในเรื่อง The Beach ไปอ่าวมาหยาดีกว่า
เพราะทะเลตรงนี้ก็สวย เกาะพีพีเราก็ยังไม่เคยขึ้น (เคยแต่นั่งเรือทัวร์แล้วผ่าน)
แถมโรงแรมราคาถูกกกว่าเกาะพงันแบบเกือบครึ่งๆเลยค่ะ สำหรับอะไรคล้ายๆกัน



(อากาศส่วนใหญ่ร้อน แดดดี)


(แต่ก็มีวันที่ฝนตกทั้งคืน ตกเช้า แดด ออกบ่ายๆ เมฆเยอะ เพราะจะเข้าหน้าฝนแล้ว)





การจองที่พัก

เดี๋ยวนี้มีเว็บไซต์จองโรงแรมเยอะมากนะคะ
และมักจะมีดีลดีๆ เช่น จองโรงแรมพร้อมตั๋วเครื่องบินแล้วได้ราคาถูกลง
ที่แพรวจองไปก็เป็นจองโรงแรม 5 คืน
พร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-ภูเก็ต สำหรับ 2 คน
รวมทั้งหมดประมาณ 14,000 บาท ก็ตกคนละ 7,000 บาท ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่ะ
โรงแรมแพรวเลือกให้ดีนิดนึง แบบมีอาหารเช้ารวมด้วย
ไม่ได้หรูหราแต่ก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมีครบค่ะ
มีสระว่ายน้ำ มียิม ต่างๆเพราะว่าไม่ชอบเที่ยวแบบลำบาก555
เพื่อนๆก็เลือกได้จากเว็บที่ตัวเองชอบเลยค่ะ มีเยอะจริงๆ



(แพรวพักโรงแรมนี้ค่ะ)



((ข้อควรระวัง))
เวลาจองโรงแรมดูให้ดีนะคะ ว่าโรงแรมอยู่บริเวณไหน
เพราะว่ามันจะมีโรงแรมที่ต้องขึ้นเขาและไม่มีทางลาด ไม่มีลิฟต์นะคะ
อาจจะต้องเดินแบกสัมภาระขึ้นบันไดกันขึ้นไปเอง ลองเช็คดูดีๆค่ะ




การเดินทาง

กรุงเทพฯ-ภูเก็ต
เครื่องบินออกจากสนามบินดอนเมืองช่วงเช้า ไปถึงภูเก็ตประมาณ 11.00 น.
แพรวบินสายการบินนกแอร์ค่ะ ประมาณ 1 ชม. นิดๆ ก็ถึง

สนามบิน-ท่าเรือ
เท่าที่ถามคือไม่มีขนส่งสาธารณะ มีแต่แท็กซี่ที่เรียกจากสนามบิน
 ราคา 700 บาท ค่ะ แต่ขากลับมีรถตู้จากท่าเรือไปสนามบินนะคะ
มีให้ซื้อตั๋วก่อนขึ้นเรือกลับ คนละ 200 บาท ค่ะ
การเดินทางจากสนามบินไปท่าเรือรัษฎาคือการข้ามเกาะภูเก็ต
คนละฝั่งเลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.เต็มๆนะคะ ตอนเลือกเที่ยวเรือเผื่อเวลาให้ดีค่ะ


(แท็กซี่)


(รถตู้)


ท่าเรือ-เกาะพีพี

ตั๋วเรือเฟอร์รี่เที่ยวเดียวไปเกาะพีพี คนละ 500 บาท ไปกลับ 1,000 บาท
ตรงทางออกจากสนามบินจะมีเคาน์เตอร์ขายทัวร์ต่างๆ ก็เลือกซื้อจากตรงนั้นเลยค่ะ
เพราะไม่ซื้อตรงนั้นก็ไม่รู้จะไปซื้อตรงไหนแล้ว555
เรือจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ก็จะไปถึงเกาะพีพี







พอขึ้นเกาะเค้าจะมีเก็บค่าทำความสะอาดเกาะคนละ 20 บาท

ที่ท่าเรือจะมีคนมาถือป้ายโรงแรมรอรับเยอะมากๆ เป็นหลายสิบเจ้า
เพราะว่าที่เกาะพีพีจะมีโรงแรมที่อยู่อ่าวที่ต้องเดินทางไปด้วยเรือหลายที่
โรงแรมพวกนี้จะได้ความสงบ เป็นส่วนตัว แต่จะไปไหนมาไหนต้องมีเรือมารับ-ส่ง
แพรวเลยเลือกโรงแรมที่เดินไปไหนมาไหนเองได้อยู่หาดต้นไทรค่ะ
เดินไปไหนมาไหนเองได้ ใกล้หาด ไม่ต้องเดินขึ้นเขา
ก็ตัดปัญหาเรื่องต้องหาเรือไป-กลับโรงแรมไปเลย






อาหารการกิน

อาหารการกินบนเกาะก็แพงกว่าต่างจังหวัดบนฝั่งอยู่แล้ว
แพรวว่าราคาพอๆกับกินข้าวที่สยามค่ะ
อาหารก็มีร้านขายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก
เป็นอาหารฝรั่งเยอะ แต่อาหารไทยง่ายๆก็มีค่ะ

เกาะพีพีเจริญมากนะคะ
เกาะเล็กนิดเดียวมี McDonald's มี The Pizza Company คืองง
ตอนเดินขึ้นเกาะตกใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะมามีอะไรแบบนี้ตรงนี้


อย่างที่บอกว่าทริปนี้เป็นทริปชิลล์ ทริปติดเกาะ
ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมาก หลักๆก็ประมาณนี้ค่ะ




Pool Party & Beach Party

คิดว่าเป็นอะไรที่คนที่มาเที่ยวทะเลเมืองไทยก็จะทำกัน
ที่เกาะพีพีจะมีโรงแรมผลัดกันจัด pool party มี happy hours ต่างๆ
บางที่จัดทุกวันอังคาร พุธ บางที่จัดทุกวันศุกร์ ก็เดินสำรวจดูเอาได้ค่ะ



(ถ้าไม่รวมพนักงานก็ทั้งงานเหมือนจะมีพรี่เป็นคนไทยคนเดียว555)

นอกจาก pool party แล้ว มืดๆก็จะมี beach party ตามร้านเหล้าริมทะเล
เหมือนยกผับมาเลยค่ะ แต่ว่า จัดด้านนอก ริมหาด คนเมาๆก็เต้นลงทะเลกันไปเลย
ร้านก็จะติดๆกันแล้วก็เปิดเพลงแข่งกัน สนั่นหวั่นไหวมาก
คนก็ใส่ชุดว่ายน้ำเต้นบ้างต่างๆ บรรยากาศก็สนุกดีค่ะ


(มีโชว์ควงไฟ ส่วนผับริมทะเลไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ อยากโฟกัสในการเต้น ณ ตอนนั้น555)




View Point

ด้วยความที่เกาะไม่ใหญ่ เกาะพีพี ไม่ได้มีอะไรให้ดูเยอะค่ะ
คนก็ไปถ่ายรูปที่ view point ที่บนเขากันมาเป็นที่ระลึก ว่าฉันมาเกาะพีพีแล้วนะจ๊ะ
บันไดเยอะแบบติดๆกันหลายขั้นมาก แล้วก็มีการเดินขึ้นเนิน
อากาศร้อนช่วยให้การเดินขึ้นไปเป็น view point ไม่น่าอภิรมย์มากขึ้นไปอีกค่ะ55
แต่ขึ้นไปแล้วก็สวยดีนะคะ มีมุมให้ถ่ายรูปอยู่ ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกก็สวยค่ะ


(กลั้นใจขึ้นไปค่ะ นิดเดียว)


(จุดที่ 1 จะยังไม่เห็นวิวสูงนัก)


(จุดที่ 2 คือบนสุดที่เค้ามาถ่ายรูปกัน จะเห็นอ่าวทั้งสองฝั่งมากขึ้นค่ะ)


มีมุมดีๆให้ถ่ายรูปลง IG ได้อยู่ค่ะ เดินไปแวะถ่ายรูปไป








ดำน้ำ

เรียกได้ว่าเป็น highlight ของทริป
แพรวไปแอบถามตามร้านอาหารมาค่ะว่าไปซื้อทัวร์ที่ไหนดี
เค้าบอกมาว่าให้ซื้อร้านนี้ เท่าที่ถามมาทัวร์ก็จะมี 2 แบบ
คือ แบบเหมา กับ แบบรวมกับคนอื่น
เรื่องก็จะมี 2 แบบคือ เรือหางยาว กับ speed boat
ถ้าจำไม่ผิด speed boat จะเป็นแบบเหมา ตกคนละ ประมาณ 1,500 บาท ทั้งวัน

ถ้าเป็นเรือหางยาวแบบแชร์ ร้านที่แพรวซื้อจะอยู่ที่ 550 บาทต่อคน
รวมหมดทุกอย่าง อุปกรณ์ อาหาร น้ำดื่ม
เป็นทัวร์ครึ่งวัน เริ่ม 14.30 กลับ 19.30 น.
แพรวเลือกแบบนี้ค่ะ ได้บรรยากาศดี

เค้าจะพาเราไปตามจุดต่างๆ วนรอบเกาะพีพีเล
แวะให้ดำน้ำตรงอ่าวมาหยา ซึ่งห้ามขึ้นเกาะอยู่ตอนนี้ เค้าพื้นฟูธรรมชาติอยู่
ตอนแพรวไปปะการังไม่ได้สวยเป็นพิเศษอะไรค่ะ เห็นไม่ชัดด้วยซ้ำ
เพราะตรงที่เค้าให้ดำน้ำ น้ำลึก
ไปสนุกตรงที่เค้าจอดเรือในอ่าวอีกอ่าวด้านหลังให้ว่ายน้ำเล่นมากกว่าค่ะ

พอตกเย็นเค้าจะพอเราไปจอดเรือดูพระอาทิตย์ตกกลางทะเล
ซึ่งสวยมากจริงๆ วันที่แพรวไปท้องฟ้าสีทอง แล้วมันกลางทะเล
แล้วมันแบบ โห ตรึงตาตรึงใจ
จากนั้นเค้าจะพาเราไปจุดที่มีแพลงตอนเรืองแสง
ให้เราลงไปว่ายเอามือตีน้ำให้แพลงตอนมันเรืองแสงค่ะ
เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ แปลกใหม่


((ข้อควรระวัง))
แพรวแนะนำให้กินยาแก้เมาเรือก่อนขึนเรือนะคะ
นี่ไม่ได้กิน พูดตรงๆว่าหมดสนุกไปเยอะเหมือนกัน
มัวแต่ผะอืดผะอม ฮรืออออออ




(คนนี้กัปตันเรือของเราค่ะ)


(จอดให้ลงไปดูลิง แต่เค้ากลัวลิง)



(อ่าวมาหยา กั้นไว้ไม่ให้ขึ้น)


(บริเวณดำน้ำหน้าอ่าวมาหยา)


(ถ่ายรูปก่อนลงไปดำน้ำ)



(เค้าจอดเรือให้ชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเล ของจริงสวยมากๆ)



พายเรือคายัก

กิจกรรมนี้ถ้าใครไปแนะนำให้ทำเนิ่นๆ แพรวดั๊นมาพาย 1 วันก่อนกลับ
แล้วสนุก กล้องก็ไม่ได้พกไปพายด้วย รูปไม่ได้ถ่ายมา
จะพายอีกก็ไม่ได้แล้วต้องกลับบ้านค่ะ

ราคาถูกสุดที่เห็นคือ คนละ 100 บาท/ชม. แต่บางเจ้าก็บอก 150 หรือมากกว่านั้น ก็มีนะคะ
ก็ต้องเลือกดูกันเอา มีหลายสิบเจ้ามากบนหาดนี้

เค้าจะแนะนำให้พายไปที่หาดลิงด้านซ้ายของอ่าว
ตรงนั้นจะน้ำใส ทรายละเอียดสุดๆ คนก็ไม่ค่อยมีเพราะว่าต้องพายเรือไป ถึงบอกว่าเสียดายค่ะ
รู้งี้จะเช่าเรือไปนอนเล่นที่หาดนั้นทุกวัน55

ทั้งนี้ถ้าอยากถ่ายรูปอย่าลืมซองกันน้ำนะคะ
เผื่อพายๆไปเรือล่ม มือถือหรือกล้องจะได้ไม่มีอันเป็นไป




(อ่าวลิงอยู่ซ้ายมือในรูปค่ะ)


(คายักลำนึงเห็นนั่งได้มากสุด 3 คน)


(กลับมาจากพายเรือค่อยได้มาถ่ายรูป)




เดินทางกลับ

อันนี้อีก 1 เรื่องที่เสียดายจึงอยากมาบอกเพื่อนๆค่ะ
(จะได้ไม่ต้องมาเป็นแบบเรา)

เรือเฟอร์รี่กลับจากเกาะพีพีไปภูเก็ตของ Phi Phi Cruiser ที่เราซื้อตั๋วมา
มีแค่วันละ 2 รอบเท่านั้น คือ 9.00 และ 14.00 น.
(ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่จำได้ว่าถ้าเลือกเรือรอบบ่ายจะไปขึ้นเครื่องบินไฟลท์ 17.00 ไม่ทัน)
ก็เลยต้องออกจากเกาะ ตั้งแต่ 9 โมง แล้วก็รอ รอ รอ เครื่องบินกลับกรุงเทพ 17.00 น.
เครื่องดีเลย์อีก ถึงกทม. 19.30 ค่ะ

แนะนำให้โทรไปถามเรื่องรอบเรือก่อนจองตั๋วเครื่องบินก็จะดีนะคะ
จะได้แพลนเรื่องการเดินทาง ไม่ต้องรอนานเหมือนแพรวค่ะ


----------------------------------------------------------


จบแล้ว

หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนที่วางแผนจะไปเที่ยวเกาะพีพีไม่มากก็น้อยนะคะ

ไว้เจอกันใหม่นะคะ

บาย



Share:

Thursday, May 23, 2019

สรุปจุดเด่น รองพื้น YSL ที่มีขายในเมืองไทยทุกรุ่น ทั้งหมด 7 รุ่น



สรุปรองพื้น YSL Beautyที่มีขายในเมืองไทยทุกรุ่น 
ทั้งหมด 7 รุ่น ทั้งโกลว์และแมท 
จุดเด่นแต่ละรุ่นคืออะไร ตัวไหนทาแล้วเป็นยังไง 

เรียงตามรูปเลยค่ะ✌🏼🤓

#wantedforglow #wantedformatte



ทีมโกลว์



YSL Touche Eclat All-in-one Glow





YSL Touche Eclat Le Cushion





YSL Touche Eclat Le Teint






ทีมแมท



YSL Le Teint Encre de Peau






Le Cushion Encre de Peau





All Hours Foundation






All Hours Foundation Stick






Primer ในตระกูล Top Secrets




Share:

Friday, May 10, 2019

ทา 1 วันเต็ม รีวิว Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm


สวัสดีค่ะทุกคน

รองพื้นออกมาใหม่เยอะ 
แพรวได้ลองตัวไหนที่ชอบแพรวก็เอามารีวิวให้เพื่อนๆดูกันนะคะ
วันนี้จะมารีวิว ทาให้ดู 1 วันเต็มๆกับรองพื้นตัวใหม่ล่าสุดของ Giorgio Armani ค่ะ
และยังลองคอนซีลเลอร์ตัวใหม่ด้วยค่ะ

(แพรวมีผิวผสม มีกระ ระคายเคืองง่ายนะคะ)





Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm
(ราคา 2,750 บาท มีให้เลือก 10 สี แพรวใช้สี 6)




Power Fabric Concealer 
(ราคา 1,500 บาท มีให้เลือก 5 สี แพรวใช้สี 4)





*ผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากทางแบรนด์นะคะ ไม่ได้ซื้อใช้เองค่ะ



พร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ



วิดีโอ


(เพื่อความคมชัดโปรดรับชมแบบ HD)





เดี๋ยวแพรวเขียนให้อ่านด้วยสำหรับคนที่ไม่สะดวกดูวิดีโอนะคะ
แต่ถ้าอยากดูการทาแบบละเอียดแนะนำให้ดูวิดีโอค่ะ
(หากรูปไม่ชัดต้องขออภัยด้วยนะคะ แคปฯมาจากวิดีโออีกทีค่ะ)




Giorgio Armani Power Fabric Foundation Balm
(ราคา 2,750 บาท มีให้เลือก 10 สี)

รองพื้นตัวนี้ชื่อว่าเป็น Balm แต่เนื้อเมื่อทาลงไปบนผิวแล้วจะเปลี่ยนจาก balm เป็น cream
และ cream เป็น powder เค้าบอกว่าคนที่ผิวแห้งไม่ต้องทาแป้งทับก็ได้ค่ะ





ฟองน้ำจะเป็นแบบฟองน้ำคุชชั่น มีด้านแหลม ด้านมน ทำให้การทาในบริเวณเล็กๆง่ายขึ้น



ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์ส่วนตัวแพรวเห็นว่ามันน่าสนใจมากๆ
มันให้การปกปิดที่ดีมากๆ แต่ว่าผิวดูจริง ดูไม่ใส่หน้ากาก
ปิดพวกกระ จุดด่างดำ รอยสิวได้ ถึงขนาดที่แพรวไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เลยค่ะ




ดูภาพก่อน-หลังนะคะ
รูปไม่ได้แต่งใดๆทั้งสิ่น
อยากให้สังเกตในส่วนของจุดด่างดำและความดูจริงของผิวเมื่อทาลงไปแล้วค่ะ
จะเห็นได้เลยว่าปกปิดดีมากและดูไม่โบ๊ะ ดูไม่แต่งหน้าหนาเลย



เปรียบเทียบผิวให้ดูหลังจากทาเสร็จใหม่ๆและหลังจากผ่านไป 9 ชม.
แพรวไม่ได้เติมหน้าเลยใดๆ ผิวมีความันเพิ่มแต่ไม่ได้มันเยิ้ม ดูโกลว์สวยไปซะอีก 
มีจุดที่รองพื้นหลุดนิดหน่อยที่บริเวณจมูกเพราะอากาศร้อนและชื้นมากๆเลยค่ะ
บอกเหนือจากจมูกทุกส่วนก็ติดทนและกลมกลืนกับผิว เหมือนมันเบลนด์กับผิวลงไป
เวลาผ่านไปก็ดูธรรมชาติไปอีกนะคะ



----------------------------------------------------------


Power Fabric Concealer 
(ราคา 1,500 บาท มีให้เลือก 5 สี แพรวใช้สี 4)

คอนซีลเลอร์เนื้อบางเบาแตกปกปิดดีมากค่ะ
ตอนแรกแพรวเห็นว่าเนื้อเหลวๆคิดว่าจะปิดใต้ตาดำมิดรึเปล่า
แต่พอทาแล้วเกลี่ย ปกปิดดีเลยค่ะ ปกปิดแต่บางเบา










สรุป
รองพื้น Power Fabric Foudation Balm ปกปิดดีมาก ลืมคอนซีลเลอร์ไปได้เลย
ให้ผิวเป็นผิว ปกปิดแต่ทาแล้วดูไม่แต่งหน้าหนา
ส่วนตัวแพรวว่ามันไม่คุมมัน แต่ก็ไม่ทำให้ผิวมันเพิ่ม

Power Fabric Concealer เนื้อบางเบาแต่ปกปิดดี
แพรวคิดว่าเหมาะสำหรับทาปิดใต้ตาดำมากกว่าทาปิดพวกรอยสิวค่ะ



อยากดูว่าแล้วเนื้อเป็นยังไงกดดูในวิดีโอเอานะคะ


ไว้เจอกันใหม่ค่ะ

บายยยย


Share:
Blog Design Created by pipdig