Beauty is my Passion

Phaptawan

Friday, September 30, 2016

Review: ทรีตเม้นต์หน้าใส Absolute Bright ที่ พรเกษมคลินิก


สวัสดีค่ะทุกคน
เมื่อวันพุธที่ 28 กันยายน 59
แพรวมีนัดกับคุณหมอที่พรเกษมคลินิก สาขาสยาม
เพื่อทำ Treatment ที่ชื่อว่า Absolute Bright ค่ะ





"Absolute Bright"
เป็นการกระตุ้นการสร้าง collagen และกระชับรูขุมขนทำให้หน้ากระจ่างใส  
ลดจุดด่างดำ ลดเลือนริ้วรอยและให้ความชุ่มชื้นสู่ผิวชั้นลึก
(ราคา ครั้งละ 5,500 บาทค่ะ)



ขอบอกไว้ก่อนว่าทรีตเม้นต์นี้แพรวได้รับการสนับสนุนจากทางพรเกษมคลินิกนะคะ



พร้อมแล้ว มาดูกันค่ะว่าเป็นยังไง มีอะไรบ้าง


เริ่มด้วยผิวหน้าก่อนทำ หลังเช็ดรองพื้นออกมา


(ขออภัยเรื่องแสงไฟ แสงมันมันนีออนแล้วมันวิ่งในกล้องค่ะเลยถ่ายออกมาไม่เสมอกัน)

หน้าสด ผิวเป็นแบบนี้ค่ะ คือ มีกระค่อนข้างเยอะ มีสิวเล็กๆ นิดหน่อย



Absolute Bright เป็นโปรแกรม 4 ขั้นตอน


ขั้นตอนที่ 1 "Laser"
เป็นการกระตุ้นการสร้าง collagen จำนวนมากใต้ชั้นผิวหนังที่อยู่ลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อผิวหน้าขาวใสเนียนนุ่ม รูขุมขนกระชับลดจุดด่างดำด้วยเครื่องเลเซอร์ GC หรือ Derma Bright 
สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ทุกสีผิวแม้แต่คนสีผิวคล้ำได้อีกด้วย 
ไม่ทำให้เกิดรอยดำหลังจากการทำเลเซอร์




ตัว laser นี้ เค้าจะยิงให้เราทั่วหน้าเลยค่ะ มันจะรู้สึกจี๊ดๆเปรี๊ยะๆ ไม่เจ็บนะคะ 
ถ้าจะว่าเหมือนหนังสติ๊กดีดก็เป็นชนิดเบาค่ะ ไม่ได้เจ็บน้ำตาไหล 
แต่ว่าตรงไหนที่มีขน(หนวด)หรือว่าผิวสีเข้ม(กระ) จะเจ็บขึ้นมาหน่อยค่ะ
ยิงทั้งหมดสองรอบด้วยกันค่ะ
รอบแรกคือ Q-Switch ดูแลเรื่องจุดด่างดำ(จะดีดๆค่ะ ผิวตรงไหนสีเข้มจะเจ็บเป็นพิเศษ)
รอบสองลดพลังงานลงช่วยในเรื่องของการกระตุ้น Collagen ใต้ผิว (จะอุ่นๆค่ะ)


ขั้นตอนที่2 "Duo Bright"
เป็นการทำทรีทเมนต์เพื่อฟื้นฟูผิว โดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์
เป็นเครื่องใช้คลื่นความถี่ที่นำพาสารบำรุงผิวเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้ลึกถึงผิวชั้นในเป็นจำนวนมาก



อันนี้ตัวเครื่องมือจะอุ่นๆ ใช้ในการนวดหน้าโดยที่จะลงเจลวิตามินไปก่อน
แล้วนวดทั่วทั้งหน้า สบายมาก อันนี้อยากหลับเลยค่ะ ฮ่าาา


ขั้นตอนที่ 3 "Rejuvenation"
เป็นการทำทรีทเมนต์เพื่อบำรุงผิวโดยใช้คลื่นวิทยุที่มีความถี่สูง
นำพาสารวิตามินเข้มข้นเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้ลึกถึงผิวชั้นในเป็นจำนวนมาก

(ใส่เสื้อคนละตัวเพราะรูปจากนัดครั้งที่สองค่ะ)


คล้ายกับขั้นตอนที่สอง แต่ว่าจะเป็นเครื่องมือคนละตัวกันนะคะ
อันนี้จะจิ๊ดๆที่ผิวตอนนวดค่ะ



ขั้นตอนที่ 4 "Mask"
เป็นการ mask หน้าเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสของผิวหน้า
และให้ความชุ่มชื้นด้วยสารอาหารและวิตามินเข้มข้น


เกือบหลับค่ะ555



หลังทำเสร็จแล้วเป็นแบบนี้




พอเสร็จเค้าก็ทาครีมบำรุงและกันแดดให้ค่ะ
เสร็จแล้วก็แต่งหน้าได้เลยทันทีค่ะ ไม่มีรอยแดง ไม่แสบ ไม่ระคายเคือง



ข้อควรปฏิบัติหลังทำ

ทำเสร็จแล้วกลับบ้านก็งดทาพวกผลิตภัณฑ์ whitening/ผลัดเซลล์ผิว/ยาสิว 
หรืออะไรที่มันมีแนวโน้มว่ากะกัดผิวหน้าค่ะ งดทา 1 คืน
วันรุ่งขึ้นใช้ทุกอย่างได้ตามปกติค่ะ

ทรีตเม้นต์นี้สามารถทำได้ทุกสัปดาห์นะคะ



ก่อนทำ และ หลังทำหนึ่งวัน



แสงมันไม่เหมือนกันนะคะ อันนึงแสงนีออนอีกอันแสงธรรมชาติค่ะ


ผลลัพธ์

ถามเรื่องความใสแพรวว่าวันรุ่งขึ้นก็เห็นเลยนะคะ
แพรวว่าหน้ามันใสขึ้นเล็กน้อย แต่กระก็ยังอยู่ครบ 
เลเซอร์ที่ทำจะไม่ได้แรงขนาดที่ทำให้กระลอกเป็นสะเก็ดค่ะ ก็ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย
ส่วนความเรียบเนียนแพรวก็รู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้นนิดหน่อยนะคะ


-------------------------------------------------------------------------



อัพเดตการทำ Absolute Bright ครั้งที่สอง
(วันที่ 5 ต.ค. 59)



โปรแกรม  Absolute Bright นี้ทำได้ทุกอาทิตย์ค่ะ
แพรวก็เลยลองทำแบบสองสัปดาห์ติดไปเลยจะได้เห็นผลชัดๆ

ต้องขอบอกก่อนว่าหลังจากที่ทำทรีตเม้นต์ไปแล้ว
แพรวก็ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่แพรวมี(ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแพรวใช้ Kiehl's Powerful-Strength 
Line-Reducing Concentrate (เซรั่มวิซี ช่วยเรื่องผิวใส ลดเลือริ้วรอย) 
ดูรีวิว http://bit.ly/2dMXCrB ก่อนนอนทุกคืนค่ะ)
แล้วต้อบอกเลยว่าควบคู่กันผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจมากๆ
ผิวใส และ เรียบเนียนมากๆค่ะ คือ ชอบมากๆค่ะ


มาดูกันค่ะว่าครั้งที่สองเป็นยังไง



เริ่มต้นด้วยการไปพบคุณหมอเพื่อพูดคุยปรึกษาหาคำแนะนำเหมือนเดิมนะคะ 
คุณหมอก็เป็นท่านเดิม คุณหมอของแพรวคือคุณหมอสุณี อยู่ที่สาขาสยามทุกวันพุธค่ะ
คุณหมอก็จะถามถึงความรู้สึก ความเปลี่ยนแปลงของผิว


จากนั้นก็ขึ้นไปทำหน้าได้เลย ขั้นตอนเหมือนเดิม เหมือนคราวที่แล้วค่ะ


มาดูผิวแล้วกันค่ะ



แถวบนหน้าระหว่างทำ
แถวล่างหน้าหลังทำหนึ่งคืนค่ะ
คนละแสงนะคะ สีเลยไม่เหมือนกัน


ขยายให้ดูใกล้ๆ

(อันนี้หลังทำ Duo Bright เสร็จ ก่อนเริ่ม Rejuvenation ค่ะ)


(ทำนิ้ว 1 คือให้รู้ว่า หลังทำ 1 วัน 5555)


สรุป

พวกกระอะไรแบบนี้ ด้วยความที่แพรวมีเยอะ เอาจริงๆแพรวไม่ได้ใส่ใจค่ะ
ไม่ได้มองว่ากระจะต้องหายแต่แพรวมองหาเรื่องความใสความเรียบเนียนของผิวมากกว่า
ถ้าถามส่วนตัวแพรวว่ามันก็จางลงเล็กน้อยนะคะ
แต่หน้านี้ใสขึ้นแน่นอนค่ะ ผนวกกับพวกบำรุงที่แพรวใช้ บอกเลยว่าผลลัพธ์ดีมากๆค่ะ


หลังทำหนึ่งวันแพรวแต่งหน้าแบบไม่ทารองพื้นเหมือนทุกวัน
ลงคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดแล้วทาแป้งผสมรองพื้นทับบางๆมากๆเอาแค่เซ็ตคอนซีลเลอร์ได้ 
เป็นแบบนี้ค่ะ




มันโอมากเบย
ชอบมาก ธรรมชาติฝุดๆ



เพื่อนๆที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พรเกษมคลินิกนะคะ


วันนี้แพรวไปก่อนละ 

บายฮ่ะ











Share:

Wednesday, September 21, 2016

Review: Clarisonic Mia Fit อยากหน้าใส ผิวโกลว์สวย สุขภาพดี ต้องนี่เลย (Full Review)


สวัสดีค่ะทุกคน


รู้สึกสิวขึ้นเพราะล้างหน้าไม่สะอาดกันอยู่รึเปล่าคะ


วันนี้แพรวมีวิดีโอรีวิวผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า
ซึ่งหลายคนคุ้นตากันดี คือ แปรงล้างหน้า Clarisonic นั่นเองค่ะ





Clarisonic รุ่น  Mia Fit 
 ราคา 8,900 บาท
มาพร้อมหัวแปรง Radiance
มี 3 สี ได้แก่ ฟ้า ขาว และ ชมพู


แพรวหาโอกาสทำรีวิวแปรง Clarisonic มานานแล้ว

ต้องบอกว่าตื่นเต้นมากๆที่ได้ทำวิดีโอรีวิวอันนี้นะคะ
เหมือนเป็นการแบ่งปันเคล็ดลับความงามขั้นสุดยอด55

เพราะตัวแพรวเองก็เป็นแฟนตัวยง บอกเลยว่าวันไหนไม่ใช้คือไม่สบายใจ
(แพรวซื้อรุ่น Aria ใช้เองมาตั้งแต่ปี 2014 ค่ะ แล้วจากนั้นก็ใช้มาทุกวัน)

แพรวใช้แล้วมันดีกับผิวหน้าจริงๆ ใช้แล้วสิวขึ้นน้อยลง สิวอักเสบแทบไม่เป็นอีกเลย

ตั้งแต่ใช้มาแพรวไม่เคยต้องหาหมอสิวอีกเลยค่ะ 
เพราะว่าแปรงนี้ช่วยให้เราทำความสะอาดผิวได้ดีขึ้นกว่าใช้มือมากๆ (6 เท่าอ่ะ คิดดู)
ผิวสะอาด รูขุมขนสะอาด สิวก็ขึ้นน้อยลงค่ะ


Clarisonic รุ่น Mia Fit แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากทางแบรนด์นะคะ
ส่วนรุ่น Aria กับ หัวแปรง Cashmere แพรวซื้อใช้เองค่ะ



พร้อมแล้วไปดูกันได้เลยค่ะ

วิดีโอ



เพื่อความคมชัด อย่าลืมกดดูแบบ HD นะตัวเอง

สารบัญวิดีโอ
- แปรง Clarisonic คืออะไร ทำงานยังไง (1:00)
- มีอะไรในกล่อง Mia Fit (2:30)
- จุดเด่นของ Mia Fit (3:12)
- ประทับใจอะไรกับ Clarisonic (5:02)
- โหมดการทำงานของ Mia Fit (6:23)
- พิสูจน์ความสะอาดของ Clarisonic Mia Fit (7:47)


หาซื้อได้ที่
Clarisonic Pop-Up Store at Siam Paragon, Sephora ทุกสาขา และ www.central.co.th


ไว้เจอกันใหม่ฮ่ะ

บัย







Share:

Thursday, September 15, 2016

Review: Soft Lip Care Pink จาก เภสัชกร


สวัสดีค่ะทุกคน

ปัญหาปากแห้ง ปากแตก ไม่นุ่ม หลายๆคนก็คงเป็นกัน
จะเกิดจากดื่มน้ำน้อยหรือผิวแห้งจากยาสิวหรืออะไรต่างๆ

วันนี้แพรวมีผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปากมารีวิวให้เพื่อนๆดูกัน
เผื่อเป็นตัวเลือกค่ะ




"Soft Lip Care Pink"
จาก เภสัชกร
(8g ราคา 79 บาท)

(คือ ที่เราเรียกติดปากกันว่า "ลิปเภสัช" นั่นแหละค่ะ อันนี้เป็นลิปรุ่นใหม่ของเค้า)

ตัวนี้เป็นลิปบำรุงเนื้อเจลในรูปแบบหลอดค่ะ

ขอบอกไว้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากทางแบรนด์นะจ๊ะ ไม่ได้ซื้อเองฮ่ะ


----------------------------------------------------------------


พร้อมแล้ว มาดูกันเลย!



Packaging

ด้านหน้า


ด้านหลัง




ตัวหลอด




หลอดพลาสติกบีบง่าย
ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ไป จับถนัดมือ



Applicator




ปลายหลอดเป็นแบบหัวตัดค่ะ
สามารถบีบแล้วทากับปากได้โดยตรงเลยถ้าถนัด


เนื้อสัมผัส


เนื้อเป็นแบบเจล สีชมพู แต่ไม่มีสีเท่าไรนัก
เนื้อเจลเป็นสีชมพูใสๆ เวลาทาแล้วก็เป็นสีชมพูบางๆค่ะ
มีกลิ่นหอมผลไม้(เค้าบอกว่าเป็นกลิ่นเชอร์รี่ค่ะ)



จุดเด่น

1. เป็นลิปบำรุงที่คนผิวริมฝีปากแพ้ง่าย ไวต่อสารเคมีก็ใช้ได้ เป็นสูตร Hypoallergenic

2. มีสารสกัดจากธรรมชาติมี 4 ชนิด คือ
- ว่านหางจรเข้: ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ผิว
- คาโมมายล์: ลดการอักเสบ,เพิ่มความนุ่มนวลให้กับเซลล์ผิว
- โจโจ้บา ออย: ฟื้นฟูริมฝีปากที่เป็นขุยให้เรียบเนียน
- วิตามิน อี : ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว

3. เนื้อเป็นเจลบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ

4. สามารถใช้เป็นรองพื้นก่อนทาลิปสติกได้




มาทาให้ดูกัน


ปากก่อนทา


อันนี้เพิ่งอาบน้ำ ทาครีมเสร็จเลยค่ะ



หลอดเป็นหัวตัดก็สามารถทากับปากได้โดยตรงเลย 



แต่แพรวถนัดใช้นิ้วเกลี่ย ก็เกลี่ยค่ะ
นวดริมฝีปากไปด้วยเลย



เสร็จแล้วเป็นงี้ค่ะ
ปากดูชุ่มชื่นขึ้น ชมพูบางๆ ระเรื่อๆ



เปรียบเทียบให้ดูก่อน-หลัง





ข้อดี
1. เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว ไม่หนักปาก
2. กลิ่นหอมผลไม้
3. ให้ความชุ่มชื่นดี
4. ราคาน่ารัก
5. หาซื้อง่ายตามร้านขายยา
6. เป็นหลอดใช้ง่าย ไม่ต้องกลัวเรื่องความสะอาด เพราะบีบออกมาจากหลอดเท่าที่พอใช้
7. ทาให้ความชุ่มชื่นก่อนทาลิปสติกได้
8. ให้สีไม่เยอะ ดูเป็นธรรมชาติ


ข้อเสีย
1. ต้องเติมบ่อยหน่อย อาจจะทุก 3-4 ชม. เพราะเนื้อบางเบา
2. เนื้อค่อนข้างวาว หนุ่มๆอาจจะไม่สะดวกใจในการใช้


ความคิดเห็น
แพรวว่าเภสัชทำลิปตัวนี้ออกมาได้ดีเลย ทั้งในเรื่องของบรรจุภัณฑ์และเนื้อสัมผัส
ชุ่มชื่น นุ่ม ไม่เหนียว สามารถใช้ได้ในทุกๆวัน
หลอดบีบก็ใช้ง่าย ทาง่ายกว่าแบบรุ่นคลาสสิกที่เป็นตลับ
แถมเหมาะกับคนที่ปากแพ้ง่ายหรือไวต่อสารเคมี 
ถ้าเป็นคนที่ปากแห้งง่าย ทานยาสิว ที่ต้องทาลิปมันบ่อยๆแพรวว่าตัวนี้เหมาะเลยค่ะ


ซื้อได้ที่ไหน

Soft Lip Care Pink วางจำหน่ายที่ ร้านยาในเครือ LAB Pharmacy (Drug Care), ร้านยากรุงเทพ, ร้านยาในเครือ Health Up, ร้านยาในเครือ First Drug, Tops Supermarket
หรือ สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ 
Fanpage ของเภสัชกร https://www.facebook.com/LipscareBhaesajchakorn





Share:
Blog Design Created by pipdig