Beauty is my Passion

Phaptawan

Recent Posts

Saturday, June 22, 2019

Nars Natural Radiant Longwear Cushion Foundation



สวัสดีค่ะทุกคน

วันนี้แพรวจะพามาลองคุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดจาก Nars ด้วยกันค่ะ 


* แพรวมีผิวผสม ระคายเคืองง่าย มีกระนะคะ





Nars Natural Radiant Longwear Cushion Foundation 
(ราคา 1,950 บาท รีฟิล 1,400. บาท ตลับ 550 บาท มีให้เลือก 6 สี) 

*ผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้รับการสนัยสนุนมาจากทางแบรนด์นะคะ ไม่ได้ซื้อใช้เองค่ะ











ใช้แล้วเป็นยังไง น่าโดนมั้ย ตามมาดูเลยค่ะ



วิดีโอ




(โปรดรับชมแบบ HD)




แพรวเขียนให้อ่านด้วยนิดนึงสำหรับคนที่ไม่สะดวกดูวิดีโอนะคะ
แต่ถ้าอยากรู้ละเอียดแนะนำให้ดูวิดีโอ เช่น ตอนทา จะเห็นชัดๆไปเลยค่ะ
ขออภัยหากรูปไม่ชัด แคปฯมาจากวิดีโออีกที



ผลิตภัณฑ์

รีฟิล 1,400 บาท ตลับ 550 บาท

ปกปิดปานกลาง ติดทน 16 ชม.
ปกป้องผิวจากมลภาวะ เช่น PM 2.5
มี SPF50 PA+++

มาในรูปแบบ cushion ทาง่าย คนทารองพื้นไม่เก่งก็ไม่ต้องกลัว
กดๆลงไปยังไงก็สวยค่ะ ไม่ต้องใช้เทคนิคใดๆ

มีให้เลือก 6 สี (เท่านั้น)
ขอบอกว่าสีผิวเท่าแพรวคือ border line แล้วค่ะ
เข้มกว่าแพรวคือให้โผไปหารองพื้นรุ่นขวดดีกว่านะ จริงๆ
เดี๋ยวจะให้ดูว่าทำไม











ลองทาให้ดู

ดูภาพก่อนหลัง ด้านล่างนะคะ

ตอนทาแพรวกรี๊ดเบาๆค่ะ เพราะว่าทาแล้วขาวเหมือนใส่หน้ากากเลย555
ก็กลั้นใจทาไปทั้งหน้าดู ในรูปไม่เท่าไรนะคะ แต่ในวิดีโอแบบ เอิ่มมมมม
แต่ว่าพอหลังจาก contour แล้วก็ดีขึ้นค่ะ
เวลาผ่านไปรองพื้นก็สีเข้ากับผิวมากขึ้นด้วย
จะเรียกว่าสีดรอปลงก็คงได้ แต่ว่าดรอปแล้วหน้าไม่หมองนะคะ
มันกลืนกับผิวไปเลยค่ะ ซึ่งดี







รองพื้นตัวนี้เค้าบอกว่าปกปิด
แต่จริงๆแล้วจากการทาคือ มันสะท้อนแสงเก่ง
มันไม่ได้ ปกปิดแบบ create ผิวใหม่
แต่ว่าเน้นสะท้อนแสงให้จุดบกพร่องบนใบหน้าเห็นชัดน้อยลง

โดยส่วนตัวคิดว่าผู้ชายสายแต่งหน้าก็ใช้ได้ค่ะ

เนื้อดีมาก บางเบา มีความแมท แต่ทาแล้วผิวโกลว์ผิว radiant ตามชื่อ

ที่สำคัญติดทนนานดีมาก
เหงื่อออกก็แล้ว ร้อนก็แล้ว วิ่งงานก็แล้ว
รองพื้นอยู่ดีมาก
ชอบเรื่องความติดทนมากเลยค่ะ




แถมรูป

อันนี้คือหลังแจากกรี๊ดกลัวหน้าวอกไปแล้ว
ก็แต่งหน้าให้จบนะคะ คอนทัวร์ต่างๆ สีพอดีขึ้น

สวยงาม ได้ผิวที่ดีมาก เนียนและไม่หนา









สรุป

- บางเบา ไม่หนักหน้า
- ติดทนดีมาก สู้สภาพอากาศประเทศไทยดีมาก
- เนื้อสัมผัสแมท แต่ว่าทาแล้วโกลว์
- ส่วนตัวแพรวหน้าไม่ค่อยมันใช้แล้วหน้าไม่แห้ง คิดว่าไม่คุมมัน
แต่ก็ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม จะพูดยังไงดี เอาเป็นว่า ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งสวยค่ะ
- สีให้เลือกน้อย คนที่ผิวเข้มมากๆ ไม่น่าจะไปด้วยกันรอดค่ะ




จบแล้ว

ไว้เจอกันใหม่ค่ะ



Share:

Friday, June 14, 2019

1 day with me พาไปใช้ชีวิตด้วยกัน 1 วันเต็ม


สวัสดีค่ะทุกคน

แพรวพาไปใช้ชีวิตด้วยกัน 1 วันเต็มๆ 
ตั้งแต่เช้าจน BTS ปิด 
อยากรู้ว่าวันยุ่งๆแพรวทำอะไรบ้าง 
ตามมาดูด้วยกันเลยค่ะ





วีดิโอ






<3

Share:

Saturday, June 8, 2019

รองพื้นผสมเอง No7 Match Made Custom Blend Foundation Drops



สวัสดีค่ะทุกคน

วันนี้แพรวจะมารีวิวรองพื้นที่ผสมกับครีมอะไรก็ได้ 
ไม่ว่าจะกันแดด day cream หรือ เบสเมคอัพ 



No7 Match Made Custom Blend Foundation Drops 
(มีให้เลือก 6 สี ราคา 690 บาท)



อยากให้ปกปิดมากหยดมาก อยากให้ปกปิดน้อยหยดน้อย 
ทาแล้วเป็นยังไงตามไปดูกันเลยค่ะ


*แพรวมีผิวผสม ระคายเคืองง่าย มีกระนะคะ
*ผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากทางแบรนด์ ไม่ได้ซื้อใช้เองนะคะ








วิดีโอ


(โปรดรับชมแบบ HD)





เดี๋ยวแพรวเขียนสั้นๆให้คนไม่สะดวกดูวิดีโออ่านนะคะ
(ถ้าอยากรู้แบบละเอียดแนะนำให้ดูวิดีโอค่ะ)
ขออภัยหากรูปไม่ชัดนะคะ แคปฯมาจากวิดีโออีกทีค่ะ


รองพื้นแบบผสมเอง
รองพื้นตัวนี้จุดเด่นอยู่ที่เราต้องเอามาสผมเองค่ะ
คือ ตัวรองพื้นจะคล้าย pigment เราต้องเอามาผสมกับครีม, กันแดด หรือ เบสเมคอัพ
ด้วยตัวเอง สามารถกำหนดความปกปิดได้ตามต้องการ
อยากปกปิดน้อยหยดน้อย อยากปกปิดมากหยดมากนะคะ




Swatch

รองพื้นตัวนี้ในไทย Boots เอาเข้ามาทั้งหมด 6 สีค่ะ
ซึ่งเป็นสีโทนเหลือง ไม่มีอมส้มแน่นอน





แพรวเห็นว่าการที่เราสามารถเอารองพื้นมาผสมกับครีมที่เราชื่นชอบได้เป็นจุดเด่นค่ะ
เพราะว่ามั่นใจได้เลยว่าจะได้เนื้อสัมผัสแบบที่เราชอบแน่นอน
ถ้าล่างนี้คือครีมกันแดดที่แพรวชอบอยู่ตอนนี้ค่ะ ตัวครีมจะมีความชุ่มชื่น
ทาแล้วผิวอิ่มน้ำมาก รองพื้นที่ผสมครีมกันแดดตัวนี้ พอทาออกมาแล้วก็จะได้ผิวอิ่มน้ำ
หมายความว่าถ้าเพื่อนๆผิวมันใช้ครีมกันแดดคุมมันผสมกับรองพื้นตัวนี้
เพื่อนๆก็จะได้รองพื้นคุมมันนั่นเองค่ะ






ราคารองพื้นไม่แรงมากค่ะ 690 บาท 3 ขวดก็เท่ากับรองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์ 1 ขวด
ราคานี้ถ้ามีงบก็ซื้อได้หลายขวดไม่ต้องคิดมาก
พอมีหลายสีแล้วก็มั่นใจได้ว่าจะผสมได้สีที่ตรงกับผิวของเราแน่นอนนะคะ





ในรูปแพรวผสม warm sand, honey, deeply honey อย่างละ 1 หยดค่ะ
การทาก็ทาปกติดเลยค่ะ จะมือ จะฟองน้ำ จะแปรง แล้วแต่เราถนัดได้เลย






ก่อน-หลัง



ให้ดูชัดๆค่ะ ความวาวนี้คือได้มาจากกันแดด Pola เลยค่ะ
ตัวนี้ดีมากจริงๆ ปลื้มมมมม



สรุป

เป็นร้องพื้นอีกตัวที่น่าสนใจค่ะ
เพราะว่าผสมสีเองได้ แล้วเราสามารถเลือกครีมเบสที่เราชอบได้
ถ้าชอบฉ่ำๆผสมกับครีมกันแดดฉ่ำๆแบบแพรวก็ได้ผิวฉ่ำ
ถ้าอยากคุมมัน ผสมกับครีม/เบส คุมมัน ก็ได้รองพื้นคุมมัน
แถมสีผสมเองได้อีก ซื้อซัก 2 ขวด ได้สีที่ตรงกับผิวเราแน่นอนค่ะ

การปกปิดส่วนตัวคิดว่าโอเคเลย
อยากปกปิดมากหยดมาก อยากปกปิดน้อยหยดน้อย
แต่ว่ามันไม่ได้ปกปิดแบบสร้างผิวใหม่เลยนะคะ
ก็เบลอๆ กระจายแสงๆตามในวิดีโอค่ะ

ใช้แล้วสนุกค่ะ แล้วก็เผื่อวันไหนอยากผิวเข้มผิวขาวก็ผสมเองได้ตามใจ
แพรวว่าไม่น่าเบื่อดีค่ะ


อยากรู้ว่าทาแล้วเวลาผ่านไปเป็นยังไง คุมมันมั้ย
กดไปดูในวิดีโอได้เลยนะคะ




แล้วพบกันใหม่ค่ะ

บาย



Share:

Saturday, June 1, 2019

รีวิว Juice Cleanse 3 วัน น้ำหนักลง 2 กก.!!!


สวัสดีค่ะทุกคน



วันนี้แพรวขอมาแชร์ประสบการณ์ 
ทดลอง Juice Cleanse ครั้งแรก 
ดื่มแต่น้ำผักผลไม้สกัด ไม่ทานอาหาร เป็นเวลา 3 วัน 
น้ำหนักลง 2 กก. (คุณพระ)

ดีท็อกซ์โหดร้ายมั้ย ทำยากรึเปล่า 
ทำแล้วร่างกายเป็นยังไง ตามมาดูกันเลยค่ะ





Juice Cleanse คืออะไร?

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า juice cleanse คืออะไร
แพรวขออธิบายง่ายๆแบบนี้ค่ะ

มันคือการดีท็อกซ์ในรูปแบบหนึ่งซึ่งเราจะดื่มแค่น้ำสกัดจากผักผลไม้เท่านั้น
ตลอดระยะเวลาที่กำหนด โดยที่ไม่ทานอาหารแข็งเลย 
สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายการอดอาหาร 
แต่ว่าก็ยังได้พลังงานและวิตามินจากน้ำผักผลไม้ที่เราดื่ม



แพรวอัดวิดีโอตลอดระยะเวลา 3 วันที่ทำ juice cleanse
บันทึกประสบการณ์พร้อมรีวิวผลการทำ juice cleanse ไว้ตามนี้เลยค่ะ


วิดีโอ


(โปรดรับชมแบบ HD)





แพรวขอเขียนเล็กๆน้อยๆให้เพื่อนๆที่ไม่สะดวกดูวิดีโอได้อ่านนะคะ
(ถ้าอยากดูรายละเอียดครบถ้วนแนะนำให้ดูวิดีโอค่ะ)




สิ่งที่อยากจะบอก

เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 
หากเพื่อนๆมีโรคประจำตัวหรือสภาวะของร่างกายที่ควรต้องระวัง
แพรวแนะนำให้ปรึกษาผู้มีความรู้ก่อนทำนะคะ เป็นห่วงค่ะ
เพราะว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายแพรวระหว่างที่ juice cleanse 
(ปวดท้อง แสบท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้) พูดตรงๆก็ทำเอาแพรวตกใจอยู่ 
ขนาดก่อนที่จะทำก็มีการไปดู vlog ระหว่างการ juice cleanse
ของคนอื่นๆมาบ้างเป็น guideline อาการของคนอื่นก็ไม่ได้ดูจะรุนแรงเท่าของเราค่ะ

juice cleanse นี่ไม่ใช่หนทางลดน้ำหนักนะคะ
แพรวทำ 3 วัน น้ำหนักลงไป 2 กก.จริง แต่ด้วยความที่ท้องเสียอะไรต่างๆ
มวลที่หายไปก็คือน้ำเนี่ยแหละค่ะ วันแรกที่กลับมากิน 
น้ำหนักก็ขึ้นมาเท่าเดิมก่อน juice cleanse เลย
อยากให้มองว่ามันเป็นการ detox ปรับร่างกาย ให้มันได้ทำอย่างอื่น
นอกจากต้องย่อยอาหารตลอดเวลา เพราะเราไม่เคยหยุดกินเลย นอกจากตอนนอนนะคะ555
ถ้าอยากผอมต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ไขมันและน้ำตาลสูง 
แล้วก็ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช้าแต่ยั่งยืนค่ะ


สรุป

ส่วนตัวคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ
ผลลัพธ์ที่ได้ชัดๆเลยก็คือร่างกายเบาค่ะ แล้วก็ขับถ่ายดีขึ้น
juice cleanse ทำให้เราตระหนักได้ว่าเวลาของเราแต่ละวันหมดไปกับการกิน
หาของกิน เตรียมอาหาร ต่างๆ พอตัดส่วนี้ออกไป รู้สึกเวลาในชีวิตเพิ่มขึ้นมามาก
รู้สึกว่างขึ้นมาเฉยเลย555 

ส่วนตัวเราช่วงที่ทำ juice cleanse รู้สึกไม่ค่อยมีแรงค่ะ
แต่เราก็เห็นมีคนบอกว่ามีแรงด้วย ไปออกกำลังกายได้ต่างๆ เราอยากนอนดู netflix ทั้งวันค่ะ555
ก็อย่างที่บอกว่าร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ

สิ่งที่ลำบากที่สุดที่เราต้องรับมือ คือ การต้องสู้กับผลข้างเคียงค่ะ
ความอยากอาหารนั้นเทียบอะไรไม่ได้เลยกับการปวดท้อง แสบท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้
อยากอาหารแค่วันแรก พอวันต่อๆมาความอยากอาหารก็เบาลงค่ะ





หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังหาข้อมูล
หรืออยากลองทำ juice cleanse นะคะ


ไว้พบกันใหม่ค่ะ

บาย




Share:

Wednesday, May 29, 2019

Koh Phi Phi เที่ยวเกาะพีพี 6 วัน 5 คืน


สวัสดีค่ะทุกคน

วันนี้แพรวจะชวนมาติดเกาะพีพีด้วยกัน 5 คืน 
เที่ยวแบบไม่มีเพลนนอกจากโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน
ทุกอย่างไปหาเอาดาบหน้า 
ชิลล์ พูลปาร์ตี้ ดำน้ำ พายเรือคายัก 

ตามไปเที่ยวด้วยกันเลยค่ะ

*ทริปนี้ไม่ได้มีการสปอนเซอร์ใดๆนะคะ แพรวจ่ายเงินเองทั้งหมดค่ะ






วิดีโอ


(โปรดรับชมแบบ HD)




แพรวขอเขียนให้อ่านด้วยสำหรับคนที่ไม่สะดวกดูวิดีโอนะคะ
(แต่อยากให้ดูวิดีโอนะคะ ตั้งใจตัดค่ะ555)
เผื่อจะได้ข้อมูลเอาไปรับใช้กับทริปของเพื่อนๆในอนาคตนะคะ
ขออภัยหากรูปไม่ชัด แคปฯมาจากวิดีโออีกทีค่ะ
(ตอนไปเน้นถ่ายวิดีโอ ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพนิ่งเลยค่ะ)




ช่วงเวลาในการเที่ยว

"เฮือกสุดท้ายของหน้าร้อน ก่อนเข้าหน้าฝน"
เริ่มคิดว่าอยากไปเที่ยวทะเลตั้งแต่ปลายๆเดือนมีนาคม
ใจจริงแล้วทริปนี้เริ่มเลยแพรวอยากไปเกาะพงันค่ะ
อยากไป full moon party ซักครั้งก่อนที่จะไม่ได้เป็นวัยรุ่นอีกต่อไป555
แต่ว่าเดือนเมษายนแพรวทำงานตลอด ว่างปลายเดือนเลย
เราก็หาข้อมูล เรื่องฤดูกาล อากาศ การเที่ยวทะเลต่างๆและช่วงเวลาพระจันทร์เต็มดวง
คิดไปคิดมา ถ้ารอให้ full moon เดือน พ.ค. เลยกลัวว่าฝนจะตกแล้วจะไม่น่าเที่ยว
เลยรวบมาเป็นต้องเที่ยวภายในเดือนเมษายนนี้แหละ รอยต่อสุดท้ายก่อนหน้าฝนแล้ว
เมื่อไม่ต้องรอให้พระจันทร์เต็มดวงแล้ว ก็เลยเปลี่ยนที่หมายเลยค่ะ
ไปตาม Richard ในเรื่อง The Beach ไปอ่าวมาหยาดีกว่า
เพราะทะเลตรงนี้ก็สวย เกาะพีพีเราก็ยังไม่เคยขึ้น (เคยแต่นั่งเรือทัวร์แล้วผ่าน)
แถมโรงแรมราคาถูกกกว่าเกาะพงันแบบเกือบครึ่งๆเลยค่ะ สำหรับอะไรคล้ายๆกัน



(อากาศส่วนใหญ่ร้อน แดดดี)


(แต่ก็มีวันที่ฝนตกทั้งคืน ตกเช้า แดด ออกบ่ายๆ เมฆเยอะ เพราะจะเข้าหน้าฝนแล้ว)





การจองที่พัก

เดี๋ยวนี้มีเว็บไซต์จองโรงแรมเยอะมากนะคะ
และมักจะมีดีลดีๆ เช่น จองโรงแรมพร้อมตั๋วเครื่องบินแล้วได้ราคาถูกลง
ที่แพรวจองไปก็เป็นจองโรงแรม 5 คืน
พร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-ภูเก็ต สำหรับ 2 คน
รวมทั้งหมดประมาณ 14,000 บาท ก็ตกคนละ 7,000 บาท ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่ะ
โรงแรมแพรวเลือกให้ดีนิดนึง แบบมีอาหารเช้ารวมด้วย
ไม่ได้หรูหราแต่ก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมีครบค่ะ
มีสระว่ายน้ำ มียิม ต่างๆเพราะว่าไม่ชอบเที่ยวแบบลำบาก555
เพื่อนๆก็เลือกได้จากเว็บที่ตัวเองชอบเลยค่ะ มีเยอะจริงๆ



(แพรวพักโรงแรมนี้ค่ะ)



((ข้อควรระวัง))
เวลาจองโรงแรมดูให้ดีนะคะ ว่าโรงแรมอยู่บริเวณไหน
เพราะว่ามันจะมีโรงแรมที่ต้องขึ้นเขาและไม่มีทางลาด ไม่มีลิฟต์นะคะ
อาจจะต้องเดินแบกสัมภาระขึ้นบันไดกันขึ้นไปเอง ลองเช็คดูดีๆค่ะ




การเดินทาง

กรุงเทพฯ-ภูเก็ต
เครื่องบินออกจากสนามบินดอนเมืองช่วงเช้า ไปถึงภูเก็ตประมาณ 11.00 น.
แพรวบินสายการบินนกแอร์ค่ะ ประมาณ 1 ชม. นิดๆ ก็ถึง

สนามบิน-ท่าเรือ
เท่าที่ถามคือไม่มีขนส่งสาธารณะ มีแต่แท็กซี่ที่เรียกจากสนามบิน
 ราคา 700 บาท ค่ะ แต่ขากลับมีรถตู้จากท่าเรือไปสนามบินนะคะ
มีให้ซื้อตั๋วก่อนขึ้นเรือกลับ คนละ 200 บาท ค่ะ
การเดินทางจากสนามบินไปท่าเรือรัษฎาคือการข้ามเกาะภูเก็ต
คนละฝั่งเลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.เต็มๆนะคะ ตอนเลือกเที่ยวเรือเผื่อเวลาให้ดีค่ะ


(แท็กซี่)


(รถตู้)


ท่าเรือ-เกาะพีพี

ตั๋วเรือเฟอร์รี่เที่ยวเดียวไปเกาะพีพี คนละ 500 บาท ไปกลับ 1,000 บาท
ตรงทางออกจากสนามบินจะมีเคาน์เตอร์ขายทัวร์ต่างๆ ก็เลือกซื้อจากตรงนั้นเลยค่ะ
เพราะไม่ซื้อตรงนั้นก็ไม่รู้จะไปซื้อตรงไหนแล้ว555
เรือจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ก็จะไปถึงเกาะพีพี







พอขึ้นเกาะเค้าจะมีเก็บค่าทำความสะอาดเกาะคนละ 20 บาท

ที่ท่าเรือจะมีคนมาถือป้ายโรงแรมรอรับเยอะมากๆ เป็นหลายสิบเจ้า
เพราะว่าที่เกาะพีพีจะมีโรงแรมที่อยู่อ่าวที่ต้องเดินทางไปด้วยเรือหลายที่
โรงแรมพวกนี้จะได้ความสงบ เป็นส่วนตัว แต่จะไปไหนมาไหนต้องมีเรือมารับ-ส่ง
แพรวเลยเลือกโรงแรมที่เดินไปไหนมาไหนเองได้อยู่หาดต้นไทรค่ะ
เดินไปไหนมาไหนเองได้ ใกล้หาด ไม่ต้องเดินขึ้นเขา
ก็ตัดปัญหาเรื่องต้องหาเรือไป-กลับโรงแรมไปเลย






อาหารการกิน

อาหารการกินบนเกาะก็แพงกว่าต่างจังหวัดบนฝั่งอยู่แล้ว
แพรวว่าราคาพอๆกับกินข้าวที่สยามค่ะ
อาหารก็มีร้านขายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก
เป็นอาหารฝรั่งเยอะ แต่อาหารไทยง่ายๆก็มีค่ะ

เกาะพีพีเจริญมากนะคะ
เกาะเล็กนิดเดียวมี McDonald's มี The Pizza Company คืองง
ตอนเดินขึ้นเกาะตกใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะมามีอะไรแบบนี้ตรงนี้


อย่างที่บอกว่าทริปนี้เป็นทริปชิลล์ ทริปติดเกาะ
ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมาก หลักๆก็ประมาณนี้ค่ะ




Pool Party & Beach Party

คิดว่าเป็นอะไรที่คนที่มาเที่ยวทะเลเมืองไทยก็จะทำกัน
ที่เกาะพีพีจะมีโรงแรมผลัดกันจัด pool party มี happy hours ต่างๆ
บางที่จัดทุกวันอังคาร พุธ บางที่จัดทุกวันศุกร์ ก็เดินสำรวจดูเอาได้ค่ะ



(ถ้าไม่รวมพนักงานก็ทั้งงานเหมือนจะมีพรี่เป็นคนไทยคนเดียว555)

นอกจาก pool party แล้ว มืดๆก็จะมี beach party ตามร้านเหล้าริมทะเล
เหมือนยกผับมาเลยค่ะ แต่ว่า จัดด้านนอก ริมหาด คนเมาๆก็เต้นลงทะเลกันไปเลย
ร้านก็จะติดๆกันแล้วก็เปิดเพลงแข่งกัน สนั่นหวั่นไหวมาก
คนก็ใส่ชุดว่ายน้ำเต้นบ้างต่างๆ บรรยากาศก็สนุกดีค่ะ


(มีโชว์ควงไฟ ส่วนผับริมทะเลไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ อยากโฟกัสในการเต้น ณ ตอนนั้น555)




View Point

ด้วยความที่เกาะไม่ใหญ่ เกาะพีพี ไม่ได้มีอะไรให้ดูเยอะค่ะ
คนก็ไปถ่ายรูปที่ view point ที่บนเขากันมาเป็นที่ระลึก ว่าฉันมาเกาะพีพีแล้วนะจ๊ะ
บันไดเยอะแบบติดๆกันหลายขั้นมาก แล้วก็มีการเดินขึ้นเนิน
อากาศร้อนช่วยให้การเดินขึ้นไปเป็น view point ไม่น่าอภิรมย์มากขึ้นไปอีกค่ะ55
แต่ขึ้นไปแล้วก็สวยดีนะคะ มีมุมให้ถ่ายรูปอยู่ ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกก็สวยค่ะ


(กลั้นใจขึ้นไปค่ะ นิดเดียว)


(จุดที่ 1 จะยังไม่เห็นวิวสูงนัก)


(จุดที่ 2 คือบนสุดที่เค้ามาถ่ายรูปกัน จะเห็นอ่าวทั้งสองฝั่งมากขึ้นค่ะ)


มีมุมดีๆให้ถ่ายรูปลง IG ได้อยู่ค่ะ เดินไปแวะถ่ายรูปไป








ดำน้ำ

เรียกได้ว่าเป็น highlight ของทริป
แพรวไปแอบถามตามร้านอาหารมาค่ะว่าไปซื้อทัวร์ที่ไหนดี
เค้าบอกมาว่าให้ซื้อร้านนี้ เท่าที่ถามมาทัวร์ก็จะมี 2 แบบ
คือ แบบเหมา กับ แบบรวมกับคนอื่น
เรื่องก็จะมี 2 แบบคือ เรือหางยาว กับ speed boat
ถ้าจำไม่ผิด speed boat จะเป็นแบบเหมา ตกคนละ ประมาณ 1,500 บาท ทั้งวัน

ถ้าเป็นเรือหางยาวแบบแชร์ ร้านที่แพรวซื้อจะอยู่ที่ 550 บาทต่อคน
รวมหมดทุกอย่าง อุปกรณ์ อาหาร น้ำดื่ม
เป็นทัวร์ครึ่งวัน เริ่ม 14.30 กลับ 19.30 น.
แพรวเลือกแบบนี้ค่ะ ได้บรรยากาศดี

เค้าจะพาเราไปตามจุดต่างๆ วนรอบเกาะพีพีเล
แวะให้ดำน้ำตรงอ่าวมาหยา ซึ่งห้ามขึ้นเกาะอยู่ตอนนี้ เค้าพื้นฟูธรรมชาติอยู่
ตอนแพรวไปปะการังไม่ได้สวยเป็นพิเศษอะไรค่ะ เห็นไม่ชัดด้วยซ้ำ
เพราะตรงที่เค้าให้ดำน้ำ น้ำลึก
ไปสนุกตรงที่เค้าจอดเรือในอ่าวอีกอ่าวด้านหลังให้ว่ายน้ำเล่นมากกว่าค่ะ

พอตกเย็นเค้าจะพอเราไปจอดเรือดูพระอาทิตย์ตกกลางทะเล
ซึ่งสวยมากจริงๆ วันที่แพรวไปท้องฟ้าสีทอง แล้วมันกลางทะเล
แล้วมันแบบ โห ตรึงตาตรึงใจ
จากนั้นเค้าจะพาเราไปจุดที่มีแพลงตอนเรืองแสง
ให้เราลงไปว่ายเอามือตีน้ำให้แพลงตอนมันเรืองแสงค่ะ
เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ แปลกใหม่


((ข้อควรระวัง))
แพรวแนะนำให้กินยาแก้เมาเรือก่อนขึนเรือนะคะ
นี่ไม่ได้กิน พูดตรงๆว่าหมดสนุกไปเยอะเหมือนกัน
มัวแต่ผะอืดผะอม ฮรืออออออ




(คนนี้กัปตันเรือของเราค่ะ)


(จอดให้ลงไปดูลิง แต่เค้ากลัวลิง)



(อ่าวมาหยา กั้นไว้ไม่ให้ขึ้น)


(บริเวณดำน้ำหน้าอ่าวมาหยา)


(ถ่ายรูปก่อนลงไปดำน้ำ)



(เค้าจอดเรือให้ชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเล ของจริงสวยมากๆ)



พายเรือคายัก

กิจกรรมนี้ถ้าใครไปแนะนำให้ทำเนิ่นๆ แพรวดั๊นมาพาย 1 วันก่อนกลับ
แล้วสนุก กล้องก็ไม่ได้พกไปพายด้วย รูปไม่ได้ถ่ายมา
จะพายอีกก็ไม่ได้แล้วต้องกลับบ้านค่ะ

ราคาถูกสุดที่เห็นคือ คนละ 100 บาท/ชม. แต่บางเจ้าก็บอก 150 หรือมากกว่านั้น ก็มีนะคะ
ก็ต้องเลือกดูกันเอา มีหลายสิบเจ้ามากบนหาดนี้

เค้าจะแนะนำให้พายไปที่หาดลิงด้านซ้ายของอ่าว
ตรงนั้นจะน้ำใส ทรายละเอียดสุดๆ คนก็ไม่ค่อยมีเพราะว่าต้องพายเรือไป ถึงบอกว่าเสียดายค่ะ
รู้งี้จะเช่าเรือไปนอนเล่นที่หาดนั้นทุกวัน55

ทั้งนี้ถ้าอยากถ่ายรูปอย่าลืมซองกันน้ำนะคะ
เผื่อพายๆไปเรือล่ม มือถือหรือกล้องจะได้ไม่มีอันเป็นไป




(อ่าวลิงอยู่ซ้ายมือในรูปค่ะ)


(คายักลำนึงเห็นนั่งได้มากสุด 3 คน)


(กลับมาจากพายเรือค่อยได้มาถ่ายรูป)




เดินทางกลับ

อันนี้อีก 1 เรื่องที่เสียดายจึงอยากมาบอกเพื่อนๆค่ะ
(จะได้ไม่ต้องมาเป็นแบบเรา)

เรือเฟอร์รี่กลับจากเกาะพีพีไปภูเก็ตของ Phi Phi Cruiser ที่เราซื้อตั๋วมา
มีแค่วันละ 2 รอบเท่านั้น คือ 9.00 และ 14.00 น.
(ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่จำได้ว่าถ้าเลือกเรือรอบบ่ายจะไปขึ้นเครื่องบินไฟลท์ 17.00 ไม่ทัน)
ก็เลยต้องออกจากเกาะ ตั้งแต่ 9 โมง แล้วก็รอ รอ รอ เครื่องบินกลับกรุงเทพ 17.00 น.
เครื่องดีเลย์อีก ถึงกทม. 19.30 ค่ะ

แนะนำให้โทรไปถามเรื่องรอบเรือก่อนจองตั๋วเครื่องบินก็จะดีนะคะ
จะได้แพลนเรื่องการเดินทาง ไม่ต้องรอนานเหมือนแพรวค่ะ


----------------------------------------------------------


จบแล้ว

หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนที่วางแผนจะไปเที่ยวเกาะพีพีไม่มากก็น้อยนะคะ

ไว้เจอกันใหม่นะคะ

บาย



Share:
Blog Design Created by pipdig