Beauty is my Passion

Phaptawan

Recent Posts

Thursday, July 28, 2016

How to: คิ้ว 101 วิธีกันคิ้ว เขียนคิ้ว อุปกรณ์ เทคนิค วิดีโอเดียวจบ ครบทุกขั้นตอน


สวัสดีค่ะทุกคน
วันนี้แพรวมี tutorial เกี่ยวกับคิ้ว มาแบ่งบันให้เพื่อนๆดูค่ะ

งานคิ้วเป็นอะไรที่หลายๆคนหนักใจ เพราะคิ้วมีความสำคัญมากๆต่อใบหน้าโดยรวม
จะว่ามันเป็นมงฯของหน้า เหมือนที่เค้าว่ากัน แพรวก็ว่าจริงนะคะ 
ทำพลาดนิดเดียวก็พังกันได้เลย
คิ้วสวย หน้าก็ดูสวย ดูโดดเด่นขึ้นมา คิ้วไม่สวย หน้าก็ดูขาดๆเกินๆไปด้วย

แพรวขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ "ผู้เชี่ยวชาญ" ด้านงานคิ้วโดยเฉพาะนะคะ
แต่ว่าเป็นคนที่ฝึกด้วยตัวเอง เมื่อก่อนแพรวแต่งหน้าโดยไม่เขียนคิ้วเลย
แพรวก็ฝึกฝน ลองผิดลองถูกมาตลอด
จากที่เขียนคิ้วไม่เป็นเลย มาเดี๋ยวนี้แพรวสามารถกันคิ้ว เขียนคิ้ว
ให้ตัวเองและคนอื่นได้อย่างเป็นที่น่าพึงพอใจค่ะ




แต่จะทำคิ้วให้สวยด้วยตัวเอง จะต้องทำยังไงอ่ะ?

มา ว่าแล้วก็ไปดูกันได้เลยจ้าาาาาาาาาา

วิดีโอ


(อย่าลืมกดดูแบบ HD นะจ๊ะ แล้วจะเห็นคิ้วเค้าทุกเส้นเบย5555)


ทั้งหมดในวิดีโอเป็นเทคนิคและอุปกรณ์ที่แพรวใช้ในการทำคิ้วของแพรวอยู่เป็นประจำ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยค่ะ
















Share:

Monday, July 11, 2016

Swatch & Review: XX Vice Ltd Reloaded พาเล็ตต์ฉลองครบ 20 ปีของ Urban Decay พร้อมเมกอัพลุคสีสดใสๆจากพาเล็ตต์นี้จ้า


สวัสดีค่ะทุกคน
วันนี้แพรวมี swatch สีพร้อม review มาให้เพื่อนๆดูกันอีกแล้วค่ะ
แถมยังมีลุคที่แต่งโดยใช้เจ้า palette นี้มาให้ดูด้วยนะฮะ

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะดูกันนั้น ก็คือ...

Urban Decay XX VICE LTD RELOADED
(ใน palette มี eyeshadow 20 สี ราคา 2,350 บาท) 




เป็น Limited Edition ออกมาฉลองครบ 20 ปีของ Urban Decay 
อัดแน่น Eyeshadow สีสวยมาทั้งหมด 20 เฉดสี ตั้งแต่โทนสีวินเทจ/คลาสสิก 
โทนสี Exclusive จาก Palette ก่อนๆที่ออกมาก่อนหน้า 
โทนสีขายดี แล้วก็มีโทนสีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน 
เรียกได้ว่า palette เดียว แต่งได้ตั้งแต่ลุคนู้ดธรรมชาติ ไปจนถึงลุคสโมกกี้แซ่บๆ
ไปจนถึงลุคสีสันสดใสเปรี้ยวเข็ดฟันได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น UD ก็ยังมีการปรับปรุงสูตร Eyeshadow ให้ดีขึ้นไปอีก
ด้วย Pigment Infusion System™ ที่ทำให้ Eyeshadow มีสีชัด 
ผสมสีกันได้ง่าย เนื้อสัมผัสนุ่ม และติดทนนาน


ขอบอกไว้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากทางแบรนด์นะคะ ไม่ได้ซื้อเองนะจ๊ะ


พร้อมแล้วมาดูกันฮ่ะ

ตลับ


แพรวขอบอกเลยว่าชอบโลโก้มากนะคะ
สวยอ่ะ มันล้อกับแสง อลังการมากๆ




 ตรงนี้จะเป็นที่เปิดค่ะ 
เราก็กดลงไปแล้วตัวล็อกมันก็จะเปิดออกมาอย่าง smooth มากๆเลยค่ะ
แพรวว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นอุปกรณ์อะไรซักอย่างมากกว่าเป็นตลับเครื่องสำอาง55



ด้านใน


ข้างในตลับมีกระจกติดมาด้วยค่ะ ซึ่งขนาดใหญ่มากพอที่จะเป็นกระจกตั้งโต๊ะได้เลย 
eyeshadow ทั้งยี่สิบสีเรียงกัน ก็จะมีชื่อบอกสำหรับแต่ละสีด้วยค่ะ

เค้าก็มีแปรงขนสังเคราะห์สองหัวมาให้ในตลับด้วยนะ
ด้านนึงจะเป็นเป็น Blender Brush อีกด้านจะขนสั้นและแน่นกว่าเอาไว้เกลี่ยสีค่ะ



สีมีหลากหลายตั้งแต่สีนู้ดๆไปจนถึงสีเผ็ดๆฮ่ะ



มาปาดสีให้ดูกันค่ะ

 (แสงธรรมชาติ)


(แสงนีออน)



เมกอัพที่แพรวแต่งโดยใช้พาเล็ตต์นี้

ก็จะเป็นอะไรง่ายๆแบบแต่งออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้
เดินห้างได้ ไปไหนมาไหนได้สบายๆค่ะ แต่ว่าจะสีสันสดใสหน่อย
สีที่แพรวใช้แต่งหน้าในแต่ละลุคแพรววงไว้ค่ะ

ลุค 1




ลุค 2




ลุค 3



ลุค 4



ลุค 5




ลุค 6




ข้อดี

1. สีเยอะ ตั้ง 20 สีแน่ะคุณคะ แถม texture ก็หลากหลาย มีหมดทั้ง matte ทั้ง shimmer

2. แต่งได้หลายลุค เพราะ สีมีหลากหลายโทน ตั้งแต่สีเรียบๆไปจนถึงสีเผ็ดๆ

3. เม็ดสีชัดเจน มีคุณภาพมากๆ ป้ายนิดเดียวสีก็ชัดแล้ว

4. เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย blend กับสีอื่นๆได้ง่าย

5. ตลับใหญ่แต่ไม่หนักเลย ถ้าจะไปเที่ยวตจว/ตปท แล้วอยากแต่ตาสีสันๆ 
พกไปได้สบายใจไม่ถ่วงน้ำหนักในกระเป๋าเดินทาง

6. กระจกใหญ่มาก แทนกระจกตั้งโต๊ะได้เลย


ข้อเสีย

สำหรับคนที่จะซื้อแพรวว่า ต้องกล้าแต่งหน่อยนะ เพราะคนที่ชอบแต่งตาสีซ้ำๆ 
เช่น โทนนู้ดๆ ธรรมชาติๆ อันนี้อาจจะไม่คุ้ม เพราะ eyeshadow เป็นสีๆเยอะค่ะ


ความคิดเห็น

1. ราคาอาจจะไม่ได้ทำให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างง่ายดายนัก
แต่ว่าพอมาคิดดูว่าเป็นสี ก็ตกสีละ 117.5 บาท 
แล้วตลับนึงใช้ได้หลายปี มาคิดๆแล้วจริงๆก็คุ้มมากนะถ้าถามแพรว

2. สำหรับคนที่หา eyeshadow แบบสีสัน สีสวย แบบไม่แจ๋นเกินไป
สีสันเค้ามาเต็มจริงแต่ทุกสีก็แต่งได้จริง mix & match ได้สวยจริงเช่นกัน

3. โดยส่วนตัวแพรวชอบมากเพราะว่าบางทีเราแต่งหน้าซ้ำๆทุกวันๆมันน่าเบื่อค่ะ
เราก็เปลี่ยนสีตา ให้มันสนุกขึ้นมา เปลี่ยนลุคได้ทุกวัน แต่งตาหลายๆแบบ
แพรวว่ามันสนุกดี ทำให้การแต่งหน้าสนุกขึ้น เอาเป็นว่าชอบมากๆค่ะ

4. ด้วยความที่ palette นี้ทำออกมาครบรอบ มันมีสีวินเทจ/คลาสสิก 
โทนสี Exclusive จาก Palette ก่อนๆที่ออกมาก่อนหน้า 
โทนสีขายดี แล้วก็มีโทนสีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน 
แพรวว่ามันรวมๆกันแล้วออกมาดีมากเลย เปิด palette นี้อันเดียวได้หมดแทบทุกลุค
ตั้งแต่ไปใส่บาตรตอนเช้ากับคุณยาย ยันออกตระเวนราตรีแบบแซ่บๆได้เลย



หาซื้อได้ที่ไหน
 มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์ Urban Decay ที่ Central ลาดพร้าว,
Central ชิดลม และ Sephora ทุกสาขานะจ๊ะ


--------------------------------------------------------------

หวังว่า Swatch & Review อันนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังหาข้อมูลอยู่นะคะ

มีคำถาม อยากเม้า อะไรต่างๆก็สามารถเม้นต์ไว้ได้เลยค่ะ
เดี๋ยวแพรวมาตอบนะ


แพรวไปก่อนละ
บ๊ายบายค่ะ

เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟ






Share:

Thursday, July 7, 2016

Review: Lancôme Énergie de Vie เพิ่มพลังให้ผิวสดใส มีชีวิตชีวาสุขภาพดี



สวัสดีค่ะทุกคน
วันนี้แพรวมีวิดีโอรีวิว ซึ่งเป็นครั้งอันในชีวิต!
(เพราะปกติแพรวจะทำวิดีโอแต่งหน้าเป็นส่วนใหญ่นะคะ)
มาให้เพื่อนๆดูกันค่ะ




ผลิตภัณฑ์ที่แพรวรีวิวในครั้งนี้ก็คือ Skincare ไลน์ใหม่ ทั้งไลน์เลย จาก Lancôme 

คือ


"Énergie de Vie"


"Energie de Vie" สกินแคร์ไลน์ใหม่ที่จะมาช่วยเพิ่มพลังให้ผิว จาก Lancôme
ด้วยส่วนผสมของ Superfood และสมุนไพรตามตำหรับยาของฝรั่งเศส
อัดแน่นไปด้วยสารบำรุง, สาร anti-oxidant และสารให้ความชุ่มชื่นที่เข้มข้น
เหมาะสำหรับวันเหนื่อยๆและชีวิตยุ่งๆของคน Gen-Y (25-35 ปี)
ให้ใช้ชีวิตได้แบบทุกสุดทางอย่างเต็มที่โดยที่ผิวยังสดใสมีชีวิตชีวาดูสุขภาพดีค่ะ
#madeofenergy


ผลิตภัณฑ์แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากทางแบรนด์นะคะ



พร้อมแล้ว มาดูกันเลยค่ะ

วิดีโอ

(เพื่อความคมชัด อย่าลืมดูเป็น HD นะก๊ะ)

------------------------------------------------------------

ราคา

ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Purifying Foam Cleanser ราคา 1,750 บาท

ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Plumping Pearly Lotion ราคา 2,000 บาท

ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Glow-Boosting Liquid Care ราคา 3,500 บาท

ÉNERGIE DE VIE Smoothing & Plumping Water-Infused Cream ราคา 2,900 บาท

ÉNERGIE DE VIE Overnight Recovery Sleeping Mask ราคา 3,500 บาท

------------------------------------------------------------

ถ้าเพื่อนๆมีคำถามอะไร ถามแพรวได้เลยนะคะ
คอมเม้นต์ได้ เม้าได้ ตามสบายเลยน้า


แพรวไปแล้ว

บ๊ายบายค่า <3




Share:

Saturday, June 25, 2016

Swatch & Review: Laura Mercier Colour Dots Lip and Cheek Sheers


สวัสดีค่ะทุกคน
วันนี้แพรวมี Swatch และ Review ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Laura Mercier
ที่เพิ่ง launch กันไปเมื่อไม่นานมานี้มาให้ดูกันค่ะ
นั่นก็คือ...


Colour Dots Lip & Cheek Sheers
(ราคา 1,400 บาท มีทั้งหมด 3 สี)





ขอบอกไว้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้มาจากทางแบรนด์นะคะ ไม่ได้ซื้อเองค่ะ


พร้อมแล้ว มาดูกันค่ะ!


ตามที่ชื่อบอก คือ เค้าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับแก้มและปากค่ะ
ง่ายๆคือ เค้าก็จะเป็น บลัชชนิดแท่ง เป็นได้ทั้งที่ปัดแก้มและลิปสติกนั่นเองฮ่ะ


จุดเด่น

เค้าเป็นผลิตภัฑณอเนกประสงค์ที่จะเพิ่มสีสันให้กับใบหน้า
มี Texture ที่มีความพิเศษที่สามารถเกลี่ยได้ง่ายมากๆ มีความละมุนมาก
เนื้อผลิตภัณฑ์ไม่มีแป้งผสม เนื้อเป็นโครงสร้างเจล ที่มีความโปร่งแสง
ให้สีสม่ำเสมอ แล้วก็ให้ความรู้สึกชุ่มชื่น creamy ค่ะ


(ความคิดเห็นของแพรว) คือ Texture ของเค้า อันนี้แพรวอยากขีดเส้นใต้บวกไฮไล้ท์ซักสิบเส้น
ว่าเนื้อสัมผัสมันดีงามมากกกกกกกกก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เค้าจะโปรโมทว่าตัวนี้เป็นบลัชเนื้อ gel นะคะ ซึ่งเค้าก็เป็น gel จริงๆแหละ
แต่เนื้อมันมีความนุ่มละมุนแบบที่แพรวไม่เคยเจอจากบลัชเนื้อครีมตัวไหนเลยอ่ะ
มันชุ่มชื่น ไม่เหนียว ไม่มัน เกลี่ยง่ายมากๆค่ะ


ว่าแล้วก็มาดูสีกันเลยค่ะ


สี Tequila Sunrise เป็นสีชมพู



สี Sangria เป็นสีส้ม



สี Fruit Punch เป็น สี Coral



มาปาดสีให้ดูกันค่ะ


ทาโดยตรงจากแท่ง




เกลี่ยด้วยการกด Beauty Blender ย้ำๆ



มาดูแบบที่ทาลงบนหน้ากันบ้างค่ะ แพรวทาสีเดียวกันทั้งแก้มและปากค่ะ
(สีอาจเพี้ยนๆไปบ้างตามแสงของแต่ละวันนะคะ)

Sangria





Tequila Sunrise





Fruit Punch






ข้อดี

1. สีสวยน่ารัก ใช้ได้จริงทั้งสามสี
2. Texture มันดีมากค่ะ เกลี่ยง่ายมากๆ กลืนกับผิวได้ดี
3. ชุ่มชื่น ไม่แห้ง ไม่เป็นคราบ
4. ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติ ทาทับกันแดดแล้วเกลี่ยแล้วจบเลยในวันที่อยากแต่งหน้าน้อย
5. ทาทับเมกอัพได้ (แบบแต่งเสร็จแล้วทั้งหน้าแต่อยากเติมระหว่างวัน
ก็ทาทับลงไปได้เลย แล้วจะให้นิ้วตบๆเกลี่ยเอาก็ได้ ไม่เป็นคราบค่ะ)
6. ทาปากได้ดีมาก แถมสีสวยด้วย ชุ่มชื่นด้วยนะคะ สบายปากมากๆค่ะ
7. ใช้ง่าย พกพาสะดวกมากๆค่ะ กระเป๋าใบจิ๋วก็ใส่ได้สบาย



ข้อเสีย

สีไม่เข้ม/ชัดมากนัก ด้วยความที่เป็นเนื้อ Sheer มันจะมีความโปร่งแสงค่อนข้างมาก
เวลาเราทาหลังจากขั้นตอนรองพื้นต่างๆพอทาแป้งทับ แล้วอาจมองไม่ค่อยเห็นแล้ว
แต่ดีที่ทาทับเมกอัพได้ค่ะ ก็เติมเอาอีกชั้น/เติมระหว่างวันเอาได้



สรุป

การทา: แพรวให้คะแนนเต็มไปเลยเรื่องความเกลี่ยง่ายใช้ง่ายนะคะ
เนื้อสัมผัส: เนื้อสัมผัสเลอค่าค่ะ ดีงามมากๆ ทาแก้มก็ได้ ทาปากนี่ก็ดีมากๆเลยค่ะ
สีสัน: สีใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันมากๆนะคะ แต่ว่าจะสีอ่อนๆหน่อยค่ะ ตามชื่อเค้าเลย Sheers ค่ะ


-----------------------------------------------------

หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่กำลังเล็งหาบลัช/ลิปสติกอยู่นะคะ

มีคำถามอะไรถามได้ เม้าได้เลยนะตัวเอง
แพรวไปก่อนแล้วค่ะ

บ๊ายบาย









Share:

Thursday, June 16, 2016

How to: AUDA[CITY] IN PARIS, 4 Effortless Looks from Day to Night


สวัสดีค่ะทุกคน
วันนี้แพรวมี Makeup Tutorial มาให้ดูกันค่ะ
โดยที่วิดีโอวันนี้ 1 คลิปจะมีทั้งหมด 4 ลุคด้วยกันนะคะ

วิดีโอแต่งหน้านี้มีพระเอกคือ 

Lancôme AUDA[CITY] IN PARIS Eyeshadow Palette 
(ราคา 2,950 บาท)

แพรวใช้สร้างสรรค์ลุคต่างๆ 4 ลุค ตั้งแต่เช้าจรดค่ำค่ะ


สามารถไปอ่านรีวิว Lancôme AUDA[CITY] IN PARIS Eyeshadow Palette เต็มๆได้ที่ http://bit.ly/21fxp7x

ขอบอกไว้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์แพรวได้รับการสนับสนุนมาจากแบรนด์นะคะ





วิดีโอ


เพื่อความคมชัดอย่าลืมกดดูแบบ HD นะก๊ะ



ลุคที่ 1 The Street of Paris(Bangkok) เป็นลุคเท่ๆ เดิน Siam Square ให้ฟีลเป็น Street Style เล็กๆ



ลุคที่ 2 A Day at the Museum ลุคหวาน คุณหนู ไปเดิน Art Museum ชมงานศิลปะ



ลุคที่ 3 Cafe with Friends ให้ความรู้สึกง่ายๆสบายๆ แต่สดใส มั่นใจ นั่งคาเฟ่ ทำงานชิลล์ๆ ค่ะ



ลุคที่ 4 Nuit Parisienne(Bangkokienne) เป็นลุค dress up แต่งเต็ม หรู มั่นใจและเปี่ยมเสน่ห์(โห555)




วันนี้ไปก่อนละค่ะ

รักกกกก

บ๊ายบาย




Share:

Tuesday, May 31, 2016

Review: ประสบกาณ์ครั้งแรก ปรับรูปหน้าด้วย Voluma Filler ที่พรเกษมคลินิก




สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
เมื่อวันจันทร์ที่ 30 พค. ที่ผ่านมา แพรวมีนัดที่ พรเกษมคลินิก สาขา Mega Bangna ค่ะ
เพราะว่าแพรวมีนัดพบคุณหมอขวัญชนกเพื่อปรึกษาเรื่องการปรับรูปหน้าให้สวยขึ้นไปอีกค่ะ(ฮ่าา)


การปรับรูปหน้าด้วยการฉีดที่เราจะรู้จักกันก็จะมี Filler กับ Botox นะคะ คร่าวๆคือ
Filler คือการฉีดารเติมเต็มเข้าในใต้ผิวหนังโดยจะเป็นชั้นที่ลึกมากๆค่ะเพื่อให้ส่วนนั้นๆนูนขึ้นมา
ส่วน Botox จะเป็นการฉีดสารไปที่กล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลงแล้วขนาดก็จะลดไปไปค่ะ 

โดยส่วนตัวแพรวไม่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อนเลยค่ะ
ก็ตื่นเต้นแล้วก็แอบมีความกังวลในเล็กๆสไตล์คนไม่เคยทำ

(ขอบอกไว้ก่อนว่าการเสริมสวยคราวนี้สนับสนุนโดยพรเกษมคลินิกนะคะ แพรวไม่ได้เสียเงินเองค่ะ)


โอเคค่ะ เรามาเริ่มกันได้

ก่อนจะเริ่ม...

แพรวได้ลองคุยกับคุณหมอแล้ว หน้าแพรวเป็นรูปหัวใจคือช่วงหน้าผากกว้าง คางแหลม
คุณหมอก็ไม่แนะนำให้ฉีด Botox ค่ะ เพราะว่าจะทำให้โครงหน้าจะไม่ smooth
แบบว่าหน้าผาก โหนกแก้ม แล้วมาคางเลย ส่วนแก้มก็จะไม่สวยค่ะ


คุณหมอแนะนำให้แพรว ฉีด Filler ตัวที่ชื่อว่า Voluma บริเวณส่วนหน้าแก้มที่เค้าเรียกว่า Mid face
เพื่อทำให้หน้าดูอิ่มแล้วก็ดู feminine มากขึ้นค่ะ เพราะหน้าแพรวค่อนข้างตอบ ใต้ตาค่อนข้างลึก
แล้วก็แนะนำให้เพิ่มตรงคางนิดหน่อยให้มันแหลมขึ้นอีกนิดนึงค่ะ

ก่อนฉีดก็จะมีการถ่ายรูปเพื่อบันทึกความแตกต่างก่อนทำและหลังทำค่ะ



ต่อไปก็...

เป็นส่วนของการเตรียมตัวก่อนฉีดแล้วค่ะ
ก็ต้องลบเครื่องสำอางพวกรองพื้นออกก่อน
การจะฉีด Filler นั้น ก่อนฉีดแพรวเข้าใจว่ามันคงไม่เจ็บมากหรอกน่า แค่ฉีดเอง
แต่ทางคลินิกบอกว่าจะต้องมีการทายาชาทิ้งไว้ 30 นาที 
จากนั้นก็ ฉีดยาชาก่อน แถมตัวฟิลเลอร์เองก็มียาชาผสมอยู่แล้วอีก 
จริงๆพี่ก็น่าจะเอะใจแล้วตั้งแต่ต่อนที่ได้ยินว่ายาชาเยอะขนาดไหน
แต่ก็คิดว่า เอาวะ ผ่าฟันคุดก็ทนมาได้แล้วทั้งสี่ซี่ นี่คงไม่เจ็บเท่าหรอก5555
ก็ทนได้จริงๆค่ะ ไม่ได้เจ็บแบบทนไม่ไหว




ขั้นตอนการฉีด

แพรวฉีดสองหลอดค่ะ แก้มข้างละหลอด
คุณหมอจะ marking จุดที่จะฉีดบนหน้าก่อนแล้วค่อยฉีด
เริ่มจากฉีดที่บริเวณ Mid face ด้านขวาก่อน จากนั้นคุณหมอก็จะให้ดูก่อนว่าพอใจมั้ย
มาถึงตรงนี้แพรวเปลี่ยนใจไม่อยากฉีดคางแล้ว เพราะว่าไม่อยากให้มันแหลมไปกว่านี้
คุณหมอก็เลยจัดการฉีดหน้าแก้มทั้งสองข้างให้เท่ากันค่ะ
จะมีการเปลี่ยนจุดที่ฉีดหลายที่ในส่วนของหน้าแก้มค่ะ
เวลาฉีดฟิลเลอร์นี้คุณหมอจะแทงเข็มลงไปลึกเลยค่ะ มีโมเม้นรู้สึกว่ามันชนกับกระดูกหน้าเรา

ถ้าจะถามว่าเจ็บมั้ย มันชาแล้วก็จริงนะคะแต่มันเป็นความรู้สึกบอกไม่ถูก เจ็บแบบแปลกๆ 
คุณหมอต้องมีการกดด้วย แล้วก็ฉีดไปด้วยค่ะ
ความรู้สึกเหมือนมีอะไรหน่วงๆอยู่ในหน้าค่ะ ซึ่งมันก็มีอะไรอยู่ในหน้าจริงๆน่ะแหละ5555





ผลลัพธ์

Filler ฉีดเสร็จปุ๊บ เห็นผลปั๊บค่ะ หน้าแก้มแพรวดูอิ่มขึ้นมาเลยดูแบบ มีน้ำมีนวลมากกขึ้น(ไม่ใช่อ้วนนะ)
หน้าดูเต็มขึ้น ดูสดใสขึ้นค่ะ ชอบนะเพราะมันไม่ได้เปลี่ยนหน้าเรามาก 
แบบว่า "ดูสวยสดใสขึ้นนะแต่ฉันบอกไม่ได้แน่ชัดว่าเธอไปทำอะไรมา" 55555
ใต้ผิวพอเอามือจับไปมันจะรู้สึกว่าผิวมันนูนขึ้นมาจากเดิมค่ะ
เหมือนข้างในมีก้อนๆแต่ไม่ได้แข็งมาก(ซึ่งก็คือฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเพื่อเพิ่มความนูนนั่นเองค่ะ)



ดูเลยค่ะ หน้าแก้มอิ่มขึ้นมาเลย





ถ่ายกับคุณหมอขวัญชนกที่ฉีดฟิลเลอร์ให้แพรวค่ะค่ะ คุณหมอเก่งมากๆ
แพรวบอกได้เลยว่าการฉีด filler ต้องใช้ความชำนาญสูงมากจากการเป็นหน้าให้คุณหมอฉีด


ต้องขอขอบคุณคุณหมอกับพรเกษมคลินิกมา ณ ที่นี้อีกทีด้วยนะคะ


การดูแลหลังการฉีด filler

แน่นอนว่าพอฉีดแล้วมันก็ไม่เหมือนเดิม ก็จะต้องมีการดูแลรักษาเพิ่มขึ้นมานะคะ
ช่วงนี้แพรวก็ห้ามนวดหน้าเด็ดขาดเลยค่ะ จนกว่า filler จะเข้าที่ ซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
คุณหมอบอกว่า filler สามารถอยู่ได้ถึง 2 ปีขึ้นอยู่กับการดูแล
ช่วงนี้ก็ต้องมีการงดการโดนความร้อน เช่น ซาวน่า สตีม เอาหน้าไปโดนอะไรร้อนๆ
ห้ามดื่มแอลกอฮอล์
เวลาทาครีม ล้างหน้าเช็ดหน้าก็ให้ลูบขึ้นค่ะ อย่าลูบลง
ช่วงนี้แพรวก็เบามือกับหน้ามากกกกกกกกกกก อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กลัวฟิลเลอร์เคลื่อนค่ะ555
ก็ออกกำลังกายอะไรได้ปกติใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยค่ะ


ข้อดี
เห็นผลลัพธ์เลยทันที ฉีดปุ๊บสวยเลย
ไม่ต้องมีการรอรักษาแผลหรืออะไร ฉีดแล้วแต่งหน้าต่อได้เลยค่ะ 
ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยค่ะ
ไม่มีแผล ไม่เจ็บ(มากนัก) ไม่ต้องมารักษาแผลหลังทำ


ข้อเสีย
สำหรับคนกลัวเข็มอาจจะดูโหดร้าย แต่ถ้าอยากทำก็หลับตาเอานะคะ อย่าไปดูค่ะ555
ระยะกว่าฟิลเลอร์จะหมดไปขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละคน บางคนอาจจะต้องมาเติมบ่อยกว่าคนอื่น
ต้องระวังในการจับหน้าไปถูหน้าแรงๆ จริงๆก็เป็นข้อดีนะคะหน้าจะได้ไม่ช้ำหรือเหี่ยวเร็ว


ความคิดเห็น
การจะเอาอะไรเข้าไปในร่างกายนี้มันมีความเสี่ยงนะคะ คือ มันมีโอกาสที่ทำแล้วจะสวย 
แต่! ก็มีโอกาสที่จะทำแล้วไม่สวยเหมือนกัน 
เพราะฉะนั้น การแน่ใจว่าของที่ฉีดเข้าร่างกายของเรามีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
เป็นของแท้หรืออะไรต่างๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องดูให้ดี 
ส่วนเรื่องของฝีมือของผู้ที่จะมาฉีดให้เรา ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากๆนะคะ 
เพราะว่า มันไม่ใช่ใครก็ทำได้  มันเหมือนงานศิลป์น่ะแหละ
ที่จะต้องอาศัยตาและมือแล้วผู้ที่มีทักษะและประสบกาณณ์ที่มากพอ 
ถึงจะออกมาสวยค่ะ ไม่ใช่ทำสุ่มๆเอาแล้วออกมาสวย อันนี้แพรวมั่นใจเลยว่าเป็นไปไม่ได้

เพราะงั้น ถ้าเพื่อนๆสนใจอยากฉีด filler ปรับรูปหน้าเหมือนแพรว ขอให้ดูให้ดีก่อนนะคะ
เพราะมันเป็นของเหลว พอฉีดเข้าไปในหน้าแล้ว มันฉีดแล้วฉีดเลย จะมา undo ดูดออก ไม่ได้แล้วนะคะ
ยังไงก็ตรวจดูรายละเอียดพวกนี้ก่อนทำด้วยความรอบคอบนะคะ


อัพเดตหลังฉีด Filler ได้สองสัปดาห์

หลังจากที่ดูแลรักษาผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์มาอย่างดีเป็นเวลาราวสองสัปดาห์
โดยระมัดระวังเวลาจะเช็ดหน้า ทาครีม แพรวจะถูอย่างเบาและถูขึ้นนะคะ เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนนะคะ
แพรวพบกว่าบริเวณที่เรารู้สึกว่าเป็นก้อนๆว่ามีอะไรอยู่ใต้ผิวนั้นค่อยๆหายไปทีละนิดๆ
จนตอนนี้แทบไม่รู้สึกแล้วค่ะ แต่ว่าน่าสนใจตรงที่ความนูนยังคงอยู่
ตอนนี้ก็ไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรมาค้ำหรือเป็นก้อนแล้วค่ะ  
แต่แพรวก็ยังคงเช็ดหน้าถูหน้าอย่างเบามืออยู่ดีเพื่อความมั่นใจ555
ก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ


เอารูปมาให้ดูด้วย มีหน้าแก้มแล้วหน้ามันดูอิ่ม ดูสดใสขึ้นจริงๆนะคะ ชอบบบบ<3


อัพเดตหลังฉีด Filler ได้สามเดือนครึ่ง

เวลาผ่านไปเร็วจริงๆค่ะ มาอัพเดตกันอย่างต่อเนื่องนะคะ
ตอนนี้พูดได้เต็มปากว่าชินแล้วค่ะกับระดับความนูนของแก้ม 
ไม่มีความเป็นก้อนเหลือแล้ว หน้าอิ่ม ยิ้มแล้วสดใส 
มันไม่รู้สึกแบบลืมไปเลยค่ะว่าไปฉีด Filler มา นึกว่าสวยแบบนี้อยู่แล้ว55555


ลองดูที่หน้าแก้มดีๆค่ะ จะเห็นความอิ่มเอิบ เลิฟฟฟฟฟ



ก่อน-หลัง




ดูความแตกต่างตรงหน้าแก้มค่ะ หน้าอิ่มขึ้นมาจาก before นะคะ ดูฝดใฝขึ้นมั้ยคะตัวเธอ :D



--------------------------------------------------





ส่วนรูปจอที่แพรวลง มันคือแบบนี้ค่ะ
ทางคลินิกได้ถ่ายทำการฉีดฟิลเลอร์ของแพรวด้วย 
ก็จะมีคลิปแนะนำตัวแล้วก็คุยกับคุณหมอด้วยค่ะ
ยังไงรอดูกันนะคะ แพรวตื่นเต้นมากกกก
ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าพูดไม่ค่อยเก่งค่ะ 5555




ใครมีคำถามอะไรถามได้นะคะ
พูดคุยกันได้ค่ะ

ไปละค่ะ
บ๊ายบาย





Share:

Monday, May 30, 2016

Swatch & Review: Lancôme AUDA[CITY] IN PARIS 16 Shadow & Liner Palette




สวัสดีค่ะทุกคน
ช่วงนี้เราจะเห็นหลายๆแบรนด์ออก eyeshadow palette ออกมาเยอะแยะ 
ทั้งในโทนสีธรรมชาติบ้าง สีจัดบ้าง แล้วแต่แบรนด์ แล้วแต่รุ่นนะคะ
วันนี้แพรวมี 


Lancôme AUDA[CITY] IN PARIS Eyeshadow Palette
(ราคา 2,950 บาท) 



ที่เป็น eyeshadow 16 สี ที่ทางแบรนด์ออกมาใหม่ เป็น Limited Edition มา Swatch สีให้ดูกันค่ะ


AUDA[CITY] IN PARIS ตัวนี้เป็น palette ที่บรรจุความเป็น Parisinne ไว้เต็มเปี่ยม สามารถแต่งได้ทุกลุคทุกแบบตั้งแต่เช้าจรดเย็น เค้ามี concept ว่า 

"16 Shadows - Infinite Look - Effortless Style”

สาวๆปารีเซียนเค้าก็ขึ้นชื่อกันอยู่แล้วเรื่องความสวยแบบดูไม่พยายามมาก 
จะสวยหวาน สวยเท่ห์ก็มักจะมาพร้อมกันความคูลเสมอค่ะ



(ขอบอกไว้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นี้แพรวได้มาจากทางแบรนด์นะคะ ไม่ได้ซื้อเองค่ะ)

พร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ!

ตลับ



เริ่มจากด้านนอกของ palette มีความฟรุ้งฟริ้ง ทาง Lancôme มีการใส่ลายมาที่ตลับด้วย
silhouette น่ารัก  มีความเป็นผู้หญิง ยก Landmark ของปารีสมาทั้งเมืองเลยค่ะ
ส่วนสติกเกอร์ที่ติดกระจกไว้ด้านในก็เป็นลายเดียวกัน

ต่อมาเป็นสีด้านใน



ทั้งหมดมี 16 สีค่ะ ก็ไล่จากออกไปเข้ม
สีมีค่อนข้างครอบคลุม อมส้ม อมชมพู อมม่วง
เนื้อแมตต์ ชิมเมอร์ ซาตินมาครบค่ะ
แล้วก็มีสีโทนดำ-น้ำตาลที่เป็นสีที่จะมีอยู่แล้วในแทบทุก palette อยู่ด้วยค่ะ




มีแปรงแถมมาด้วยเป็นแบบสองหัว แปรงเค้าก็ไม่ใช้แปรงก๊องแก๊งนะคะ
ตัวด้านที่เป็นหัวฟูเอาไว้เปบลด์สีให้ฟุ้งได้ดีมากๆเลยค่ะ  
เวลาใช้เกลี่ยสีคัดเบ้าตานี่คือดีมาก ไม่เหมือนแปรงแถมเลยค่ะ


มา Swatch ให้ดูกัน

คราวนี้การ Swatch ของแพรวพิเศษกว่าทุกครั้ง
เพราะว่าแพรวขอแรงเพื่อนอีกสองคนที่มี undertone และสีผิวที่แตกต่างกัน
มาเป็นผิวให้แพรวปาดลงไปค่ะ
เพื่อนๆจะได้เห็นความแตกต่างของสี eyeshadow ใน palette บนผิวที่โทนสีแตกต่างกันนะคะ

ผิวอมชมพู
เพื่อนแพรวคนนี้เป็นอาหมวยผิวขาวอมชมพูค่ะ
แต่จะตากแดดคล้ำไปบ้าง ไม่โอโม่นะคะ



ผิวอมเหลือง
ผิวแพรวเองค่ะ55



ผิวเข้ม



เทียบให้ดูทั้งสามแขน
ให้เห็นชัดๆกันไปเลย




จะเห็นได้ว่าสีบางสีมันขึ้นกะผิวบางผิวมากกว่าสีอื่นๆนะคะ

ข้อดี
1. eyeshadow ของ Lancôme มีเม็ดสีที่แน่นมากๆค่ะ
ไม่ต้องใช้ eyeshadow primer ทาก่อนก็เอาอยู่
2. สีใน palette สามารถเอามา mix and match กันได้แบบทุกสี 
ลองสลับจับคู่กันได้แบบไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้า
3. สีใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ fancy ไป ไม่น่าเบื่อไปค่ะ

ข้อเสีย
1. ตลับค่อนข้างใหญ่ จะพกไปเติมระหว่างวันต้องคิดหนักนิดนึงค่ะ
คือตอนเช้าต้องจัดอัดไปทีเดียวให้เอาให้อยู่ไปเลย
2. แปรงที่ให้มามันเป็นหัวสองด้าน เก็บใส่แก้วใส่แปรงไม่ได้ เดี๋ยวหัวแปรงเสีย
ต้องเก็บใส่ตลับเค้าไว้ตลอดเลย น่าเสียดาย แปรงดี น่าจะได้หยิบมาใช้ได้ง่ายๆค่ะ

ความคิดเห็น
แพรวว่าเป็นอีกหนึ่ง  eyeshadow palette ที่ดี สำหรับคนที่อยากจะมี eyeshadow ยืนพื้นไว้ใช้ตลอด
เพราะว่าสีไม่น่าเบื่อแล้วก็ไม่ได้ใช้ยากจนเกินไปค่ะ 
เหมาะที่จะให้เป็นของขวัญเหมือนกันนะคะ แบบว่าชิ้นเดียว ผู้รับยิ้มออกแน่ๆค่ะ555
ใครจะว่าแพง มาคิดๆดูแล้ว ราคา 2,950÷16 มันตกสีละ ไม่ถึง 184.375 บาท
ได้อายแชโดว์ลังโคม สีละ 185 บาท แพรวว่าคุ้มมาก เกินคุ้ม5555


 หวังว่า swatch นี้จะช่วยเพื่อนๆที่เล็งๆ palette นี้ไว้อยู่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ

ไว้พบกันใหม่ค่ะ

บ๊ายบาย





Share:
Blog Design Created by pipdig